ศาลฎีกาสั่งคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา อดีตทนายดัง โกงเงินประกันตัว เบนซ์ เรซซิ่ง 3 ล้านบาท
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19:27อ่าน 3 นาที

ศาลฎีกาสั่งคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา อดีตทนายดัง โกงเงินประกันตัว เบนซ์ เรซซิ่ง 3 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อ.3452/2562 ที่ นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในข้อหาฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า
เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2560 จำเลยนำความเท็จมาฟ้องโจทก์ต่อศาลอาญาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ทำให้เสียหาย หมิ่นประมาท
รายละเอียดเพิ่มเติม
กล่าวหาโจทก์ได้บังอาจเอาไปเสียซึ่งเอกสารสัญญาจ้างทำของ และวันที่ 6 ต.ค.2560 โจทก์ได้นำสัญญาดังกล่าวไปใช้เป็นพยานหลักฐานเท็จในคดีของศาลแพ่ง ความจริงโจทก์ไม่ได้เอาไป
และโจทก์ไม่ได้ใช้พยานหลักฐานเท็จ ขณะจำเลยฟ้องโจทก์คดีดังกล่าว จำเลยเป็นทนายความ ต่อมาถูกสภาทนายความฯ ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2561 การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริต
ต้องการให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญา และเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2561 จำเลยเบิกความเท็จในคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 (ศาลพิพากษายกฟ้อง) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า
สถานการณ์ล่าสุด
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี ฐานเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์
พิพากษาจำคุกทั้งหมด 8 เดือน หลังก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.69 ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีดังกล่าว แต่จำเลยไม่มาตามนัด ศาลจึงออกหมายจับและริบเงินประกัน
ต่อมาวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปทุมธานีสามารถจับกุมจำเลย และนำตัวมาส่งศาลตามหมายจับ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า
มุมมองและผลกระทบ
ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องบุตรโจทก์ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดคงลงโทษเฉพาะข้อหาฟอกเงินเท่านั้น เนื่องจากโจทก์ถอนจำเลยออกจากการเป็นทนายความและนำเอกสารต่างๆ
ไปใช้ในคดีจนกระทั่งศาลยกฟ้อง โดยที่จำเลยไม่เคยใช้เอกสารดังกล่าวเลย เป็นเหตุให้จำเลยมีหนังสือทวงถามสัญญาจ้างทำไปถึงโจทก์ โดยขอให้โจทก์ส่งมอบสัญญาจ้างทำของคืนแก่จำเลยภายในกำหนดเวลา
เนื่องจากจำเลยเห็นว่า นิติกรรมดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพรางและเสียเปรียบ เนื่องจากสัญญาดังกล่าวระบุว่าจำเลยได้รับเงินค่าจ้างจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งต่อมาโจทก์นำสัญญาจ้างทำของมาฟ้องจำเลย จำเลยจึงมีหนังสือทวงถามอันเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต เมื่อจำเลยมีหนังสือทวงถามแล้ว โจทก์ไม่ส่งมอบสัญญาจ้างทำของคืนภายในกำหนด
จำเลยเห็นว่าเป็นการเอาไปเสียซึ่งเอกสารของจำเลยจึงได้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา อันเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต
ซึ่งเมื่อพิจารณาคำเบิกความของจำเลยดังกล่าวประกอบกับหนังสือบอกเลิกคำมั่นและสัญญาจ้างทำของและให้ชำระค่าจ้างส่วนที่เหลือ ได้ความว่า เหตุที่จำเลยบอกเลิกสัญญาจ้าง
เนื่องจากจำเลยได้ดำเนินการตามที่โจทก์ว่าจ้างแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้างจำนวน 3ล้านบาทแก่จำเลย แต่จำเลยกลับรับในอุทธรณ์ ว่า จำเลยได…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



