ญาติร่ำไห้ ตะโกนถามเหตุผล สังหาร 3 ศพ พ่อแม่ลูก ธง ขอโทษ อ้างถูกป๋องบังคับ ขู่จะทำร้ายครอบครัว
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 13:14อ่าน 3 นาที

ญาติร่ำไห้ ตะโกนถามเหตุผล สังหาร 3 ศพ พ่อแม่ลูก ธง ขอโทษ อ้างถูกป๋องบังคับ ขู่ทำร้ายครอบครัว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ควบคุมตัวนายฑนา เกิดทอง หรือ “ป๋อง” และนายธงชัย ศรีนิล หรือ “ธง” ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง
ภายหลังถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมและฝังอำพรางศพผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ระหว่างถูกควบคุมตัว นายป๋องมีท่าทีสงบนิ่ง พยายามก้มหน้าและไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน
รายละเอียดเพิ่มเติม
แม้จะเงยหน้ามองผู้สื่อข่าวเป็นระยะ จากการสังเกตพบบริเวณตาซ้ายมีลักษณะบวมช้ำ โดยป๋องปฏิเสธที่จะกล่าวถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุหรือแสดงความขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต
ส่วนนายธงมีสีหน้าเคร่งเครียด ก้มหน้าขณะเดินขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา ท่ามกลางญาติของผู้เสียชีวิต 3 รายที่เดินทางมาติดตามการฝากขัง หลายคนร้องไห้
ตะโกนถามถึงเหตุผลในการสังหารสมาชิกในครอบครัวทั้งพ่อ แม่ และลูก ในช่วงแรก ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ตอบคำถามใดๆ กระทั่งนายธงขึ้นไปนั่งบนรถควบคุมผู้ต้องหา
สถานการณ์ล่าสุด
และได้ยินเสียงญาติผู้เสียชีวิตซึ่งรู้จักกันมาก่อน จึงเงยหน้าขึ้นกล่าวขอโทษ พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าเหยื่อเป็นครอบครัวดังกล่าว และอ้างว่าถูกนายป๋องบังคับ หากไม่ยอมร่วมก่อเหตุ
ครอบครัวของตนอาจตกอยู่ในอันตราย ด้านญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ได้ยินคำขอโทษของนายธงแล้ว แต่ไม่ต้องการกล่าวอะไรเพิ่มเติม พร้อมระบุเพียงว่า
ขอให้ผู้ต้องหาได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตอีกราย กล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังครอบครัวหายตัวไปได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ
มุมมองและผลกระทบ
แต่ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งออกปฏิบัติภารกิจ ทำให้รู้สึกว่าการติดตามคดีเป็นไปอย่างล่าช้า และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่ได้รับการแจ้งความคืบหน้าอย่างชัดเจน
ญาติยังปฏิเสธกระแสข่าวที่เชื่อมโยงครอบครัวผู้เสียชีวิตกับยาเสพติด โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แม้ผู้เสียชีวิตหญิงจะเคยต้องโทษเมื่อหลายปีก่อน แต่หลังพ้นโทษได้กลับมาประกอบอาชีพสุจริต
ทำแคบหมูเลี้ยงครอบครัว และเช่าพื้นที่ค้าขายตามปกติ สำหรับภาระหนี้สิน ญาติระบุว่า ครอบครัวเคยกู้เงินรายวันเพื่อนำมาหมุนเวียน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายในการส่งบุตรสาวเรียนมหาวิทยาลัย แต่จำนวนหนี้ไม่ได้สูงมาก และยังมีการชำระหนี้ตามปกติ นอกจากนี้ ญาติยืนยันว่า
ครอบครัวไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับนายป๋องมาก่อน และแทบไม่เคยพบเห็นในพื้นที่ ส่วนนายธงเคยพบเห็นบ้างเนื่องจากอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง แต่ไม่เคยสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติ ขณะเดียวกัน
นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา พร้อมคณะ เดินทางมายัง สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนผู้ต้องหาตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยระบุว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาร้ายแรง
มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต พนักงานสอบสวนจึงต้องจัดให้มีทนายความเข้าร่วมการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 นายสุขสันต์เปิดเผยว่า
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาผู้ต้องห…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



