‘สุรเดช’ แนะเปลี่ยนรัฐมนตรีคนนอก มอง 3 กระทรวงยังไม่เวิร์ก
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 09:46อ่าน 3 นาที

“สุรเดช” ห่วงการดึงบางพรรคเข้าร่วมรัฐบาลจะยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์ พร้อมเสนอให้นายกฯ เปิดทางเปลี่ยนรัฐมนตรีคนนอก หากทำงานไม่ตอบโจทย์ และเปิดโอกาสคนมีความสามารถเข้ามาช่วยแก้วิกฤติประเทศ
ประเด็นสำคัญ
1 สิงหาคม 2569 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า
ก่อนอื่นสิ่งที่ตนกังวลคือ หากมีการปรับ ครม.จะมีการไปเอาบางพรรคการเมืองเข้ามาร่วมรัฐบาล มองว่า จะยิ่งหนักกว่าเดิม ซ้ำเติมสถานการณ์และภาพลักษณ์รัฐบาลให้ยิ่งแย่ อย่างไรก็ตาม
รายละเอียดเพิ่มเติม
หากนายกรัฐมนตรีจะมีการปรับ ครม.จริง อยากให้ดูในส่วนของรัฐมนตรีคนนอกด้วย เพราะรัฐมนตรีคนนอกที่เข้ามาควรจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถโดดเด่น เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์
และประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ หากเชิญเข้ามาช่วยงานรัฐบาลแล้วยังมีปัญหาก็ต้องเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีคนนอกคนอื่นได้ ไม่ควรสร้างข้อจำกัดให้ตัวเองว่า
เมื่อเลือกมาแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ ยกตัวอย่าง 3 รัฐมนตรีที่เป็นคนนอกในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ
สถานการณ์ล่าสุด
และรมว.คลัง และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.การต่างประเทศ ในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน 1 มีระยะเวลา 4 เดือน ขณะนั้นเอามาแก้ปัญหาเฉพาะกิจ แต่เมื่อเป็น ครม.อนุทิน 2
ซึ่งมีระยะเวลายาวนานกว่า นายกฯต้องดูว่า เขามีความรู้ความสามารถระดับไหน เพราะหากทำแล้วไม่เกิดผล ย่อมสามารถเปลี่ยนคนใหม่ได้ นายสุรเดช กล่าวว่า อย่าง รมว.พาณิชย์ ต้องดูว่า
เขาทำงานได้ดีระดับไหน เพราะตอนเกิดปัญหาราคาสินค้าแพง มีการแก้ไขปัญหาโดยใช้โครงการรถพุ่มพวงธงฟ้า 3,000 คัน เป็นการแก้ปัญหาตรงจุดหรือไม่ และรัฐมนตรียังดันทุรังทำหรือไม่ บางคนมองว่า
มุมมองและผลกระทบ
เป็นการสร้างภาพเพื่อลดกระแส เพราะสุดท้ายปัญหายังอยู่ ขณะนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ข้าวของแพง ถามว่า ใครต้องรับผิดชอบ ตอนนี้ร้านค้าปิดตัวกันไปหลายพันแห่ง คนตกงานเป็นเบือ ถามว่า
ยังเวิร์กและเหมาะสมกับสถานการณ์อยู่หรือไม่ หรือในส่วน รมว.คลัง ต้องมามองในมิติว่า พระราชบัญญัติกู้เงิน 4 แสนล้านบาท แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าใช้ได้ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
แต่ไม่จำเป็นว่า จะต้องใช้ หรือต้องใช้ทั้งหมด 4 แสนล้านบาท รัฐบาลอาจจะใช้แค่ 1 แสนล้านบาท และเก็บอีก 3 แสนล้านบาทไว้ก่อน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าเหมือนที่ประกาศเอาไว้ ไม่ใช่ใช้หมด เพราะมันเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ นายสุรเดช กล่าวต่อว่า หรือแม้กระทั่งเรื่องเอ็มโอยู 44
ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิก ทั้งที่รัฐบาลเขียนไว้ในนโยบายและประกาศไว้ชัดว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ทันที ซึ่งการยกเลิกไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกฯคนเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ
รมว.การต่างประเทศด้วย โดย รมว.การต่างประเทศต้องเสนอเรื่องนี้ทันที แต่ขณะนี้ยังเงียบอยู่ ประชาชนก็คลางแคลง สุดท้ายไม่ได้แก้ไขอะไร กลายเป็นสายลมผ่านไป แบบนี้ รมว.…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



