‘น้ำท่วมน่าน’ บทเรียน3ปีที่ไร้ข้อสรุป!
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 07:35อ่าน 3 นาที

ภาพบ้านเรือนของชาวน่านที่เสียหายจากน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ผลพวงจากฝนตกหนัก ที่เรียกว่า ปรากฏการณ์ระเบิดฝน (Rain Bomb) น้ำป่าพัดพาทรัพย์สิน รถยนต์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
มอเตอร์ไซด์หายไปกับกระแสน้ำ ชาวบ้านสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่รวมผู้เสียชีวิตอีกหลายรายจากน้ำท่วมน่าน เป็นภาพเดิมๆ เพราะน่านอ่วมจากน้ำท่วม 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 67 68 และ 69
แม้วันนี้สถานการณ์น่านคลี่คลาย น้ำแห้ง เข้าสู่ภาวะปกติ หากไม่มีฝนระลอกใหม่มาเติม แต่ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
รายละเอียดเพิ่มเติม
อำภอปัวและอำเภอท่าวังผาเข้าโหมดฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ เร่งกู้ระบบไฟฟ้าให้ชาวบ้านในพื้นที่หลายพันครัวเรือนใช้ไฟได้ตามปกติ แต่สภาพอากาศที่แปรปรวนจากปรากฎการณ์เอลนีโญ
หลายจังหวัดภาคเหนือตอนบน และภาคอีสานตอนบน ยังควรเฝ้าดูพายุ Rain Bomb ที่จะเกิดซ้ำและแนวโน้มหนักกว่าเดิม นอกจากการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ลดความสูญเสียแล้ว การจัดการ การเตือนภัย
แผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่สังคมและนักวิชาการตั้งคำถามดังๆ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า จ.น่าน ฝนตกน้ำท่วมหนักเป็นประจำ อำเภอปัว จ.น่าน
สถานการณ์ล่าสุด
มีพื้นที่กว่า 4.1 แสนไร่ มีภูมิประเทศเป็นหุบเขาและภูเขาสูงชันขนาบข้าง ตรงกลางเป็นแอ่งที่ ราบแคบ พื้นที่บนภูเขาและพื้นที่ลาดชันรวมกันหลายหมื่นไร่ ปลูกพืชเชิงเดี่ยว
โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวไร่ เป็นวงกว้าง ทำให้ลดความสามารถอุ้มน้ำของดิน เมื่อร่วมกับฝนตกหนักสะสม ฝนตกบนเขา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงเกือบทุกปี
น้ำไหลบ่ารวดเร็ว ภูมิประเทศที่ชัน ขาดพื้นที่ป่าซับน้ำ ทำให้น้ำฝนรวมตัวกันหลากลงสู่ลำน้ำสาขาและที่ราบต่ำรวดเร็ว อีกสาเหตุท่วมจากข้อจำกัดการระบายน้ำ
มุมมองและผลกระทบ
มวลน้ำมักล้นตลิ่งลำน้ำปัวและไหลต่อเนื่องไปยังอำเภอท่าวังผาและอำเภอเมืองน่าน “ ฝนตกแช่สูงมากในพื้นที่ อ.ปัว
จากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนร่วมกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่มีความชื้นสูงและมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลเข้ามาปะทะตลอดเวลาทำให้เกิดฝนแช่หนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง
โดยเฉพาะบริเวณดอยภูคาในอำเภอปัว วัดได้สูงถึง 339.6 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง เป็นปริมาณที่มากเกินกว่าหน้าดินและลำน้ำสาขาจะรอง รับและระบายได้ทัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ดินบนภูเขาอิ่มน้ำจนไม่สามารถดูดซับได้อีก มวลน้ำรวมตัวเเป็นน้ำป่าไหลหลากฉับพลันไหลบ่าลงลำน้ำปัว ลำน้ำขว้าง ลำน้ำยาว และลำน้ำว้ารวดเร็ว
มีคอขวดการระบายน้ำความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ ชุมชนและถนนหนทางบางจุดขวางทางน้ำไหลตามธรรมชาติ
ส่งผลน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนสูงจนมิดชั้นแรกอย่างรวดเร็วในหลายอำเภอ เช่น อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ. สันติสุข “ ดร.สนธิ ย้ำเหตุน่านจมบาดาล
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมให้ข้อมูลจากงานวิจัยเชิงลึกในอดีต เช่น ลุ่มน้ำสาขายาว-อวน-มวบ ในเขตตำบลอวน อ.ปัว พบมีพื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพดไปแล้วมากกว่า 35,440 ไร่
ภาพรวมทั้งจังหวัดน่านปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงเกือบ 8 แสนไ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



