พม.รับดูแล ด.ช. 3 ขวบ เกาะท้ายรถน้ำแข็ง ไกล 10 กม. พบแม่ไร้รายได้ ส่งรักษาตัว
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 16:41อ่าน 3 นาที

พม.รับดูแลเด็ก 3 ขวบ เกาะรถน้ำแข็ง ส่งแม่รักษาไทรอยด์พบไร้รายได้ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร พันตำรวจเอก พงศ์พัชร์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แจ้งหมื่นไวย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย นายประเวช ไชยฮาด นายกเทศมนตรีตำบลเชียงเครือ นายกิตตินัน งิ้วพรหม ปลัดอำเภอเมืองสกลนคร ฝ่ายความมั่นคง
เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร กรมกิจการเด็กและเยาวชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียงเครือ อุทาหรณ์ แม่คลาดสายตา ลูกชาย 4 ขวบ
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดดเกาะท้ายรถน้ำแข็ง ตร.ช่วยไว้ได้ขณะติดไฟแดง ได้ร่วมกันประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา กรณีเด็กชายวัย 3 ขวบ แอบเกาะท้ายรถบรรทุกน้ำแข็งเดินทางเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร
จากตำบลเชียงเครือไปยังประตูเมืองสกลนคร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร สังเกตเห็นและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งติดตามหาผู้ปกครองจนทราบว่าเป็น
นางสาวเอ ( นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงการปล่อยปละละเลยบุตร โดยถือเป็นความโชคดีที่เด็กไม่ได้รับอันตราย
สถานการณ์ล่าสุด
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นควรให้ดำเนินการแยกมารดาและบุตรออกจากกัน เนื่องจากประเมินว่าผู้ปกครองยังขาดศักยภาพในการเลี้ยงดูและอาจเข้าข่ายการปล่อยปละละเลย
โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร มีอำนาจตามกฎหมายในการรับตัวเด็กไปอยู่ในความอุปการะและดูแล 3 เดือน และหากมีความจำเป็น
สามารถขยายระยะเวลาในการดูแลเพิ่มเติมได้ ด้าน นายประเวช ไชยฮาด นายกเทศมนตรีตำบลเชียงเครือ เปิดเผยภายหลังจากการประชุมร่วมกันได้ข้อสรุปว่า
มุมมองและผลกระทบ
ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร จะรับตัวเด็กชายวัย 3 ขวบ ไปดูแลยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสกลนครเป็นการชั่วคราว ในขณะที่ นางสาวเอ ผู้เป็นมารดา
จะถูกนำตัวไปเข้ารับการรักษาอาการป่วยโรคไทรอยด์ เนื่องจากไม่มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยมีอาชีพเพียงเก็บผักบุ้งขายเพื่อประทังชีวิต
เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องรับตัวเด็กไปดูแลเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ จากการสอบถาม นางสาวเอ ทราบว่าในวันเกิดเหตุได้ลงไปเก็บผักบุ้งบริเวณริมหนองหารเพื่อนำไปจำหน่ายมาเลี้ยงชีพ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ต่อมาบุตรชายได้หายตัวไป จึงออกตามหากับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเชียงเครือได้พบเห็นภาพเหตุการณ์จากสื่อสังคมออนไลน์และประสานรับตัวเด็กกลับมาส่งมอบคืนให้
ที่ผ่านมาทางเทศบาลตำบลเชียงเครือได้ให้ความช่วยเหลือโดยการสร้างบ้านพักอาศัยบนที่ดินของบิดาของนางสาวเอจากกลุ่มจิตอาสาในชุมชน เนื่องจากไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
พร้อมทั้งที่ผ่านมามีการดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการมาอย่างต่อเนื่อง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



