รัฐบาลลุยเจรจาภาษีสหรัฐ ปลาย ส.ค.นี้ ดันสินค้า 28% ที่เหลือได้เรตต่ำสุด ยันไม่แลกดีลทหาร
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 09:46อ่าน 3 นาที

รัฐบาลลุยเจรจาภาษีสหรัฐปลาย ส.ค.นี้ ดันสินค้า 28% ที่เหลือได้เรตต่ำสุด ยันไม่แลกดีลทหาร เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาทางเทคนิคด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
จะนำข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ไปประกอบการเจรจา
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ส่งออกไทยและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ได้มากที่สุด นางสาวลลิดา กล่าวว่า ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
ในกลุ่มรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 301 และมาตรา 232 สินค้าไทยประมาณร้อยละ 72 ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว ขณะที่รายการสินค้าอีกร้อยละ 28
ยังต้องจัดทำข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการเจรจา โดยรัฐบาลจะพยายามผลักดันให้สินค้าในส่วนที่เหลือได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุด หรือได้รับข้อยกเว้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตัวเลขร้อยละ 72 และร้อยละ 28
สถานการณ์ล่าสุด
เป็นสัดส่วนของรายการสินค้าในกรอบมาตรการดังกล่าว ไม่ใช่สัดส่วนมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปยังสหรัฐฯ นางสาวลลิดา กล่าวว่า
หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่จะนำไปประกอบการเจรจาคือบทบาทของภาคเอกชนไทยในเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยมีเงินลงทุนสะสมในสหรัฐฯ เกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีกมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศไม่ได้มีเพียงการซื้อขายสินค้า แต่ครอบคลุมถึงการลงทุน การผลิต
มุมมองและผลกระทบ
และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน ขณะเดียวกัน ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ อย่างน้อยร้อยละ 30 ของยอดเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐฯ มาจากการส่งออกของบริษัทสหรัฐฯ
ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกข้อมูลสำคัญที่สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานของไทยและสหรัฐฯ มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
การพิจารณาความสัมพันธ์ทางการค้าจึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขดุลการค้าเพียงด้านเดียว “รัฐบาลจะนำข้อเท็จจริงทั้งด้านการค้า การลงทุน การจ้างงาน และห่วงโซ่การผลิตไปประกอบการเจรจา
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ การลดอุปสรรคทางภาษีจึงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยเพียงฝ่ายเดียว
แต่ยังเอื้อต่อบริษัท การลงทุน และห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยด้วย” นางสาวลลิดา กล่าว นางสาวลลิดา กล่าวย้ำว่า ข้อมูลการลงทุนเกือบ 20,000
ล้านดอลลาร์สหรัฐของภาคเอกชนไทย เป็นข้อมูลที่ใช้สะท้อนผลประโยชน์ร่วมทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เงื่อนไขที่นำไปแลกเปลี่ยนกับการได้รับข้อยกเว้นภาษี
เช่นเดียวกับแผนลงทุนเพิ่มเติมมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแผนการลงทุนในอนาคตของภาคเอกชน ไม่ใช่เงินลงทุนใหม่ของรัฐบาลหรือเม็ดเงินที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมด นางสาวลลิดา
ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการนำคว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



