สุวัจน์ เปิดมหกรรมแห่เทียนโคราช 2569 ชู Soft Power วัฒนธรรม ต่อยอดสู่เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวยั่งยืน
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:33อ่าน 3 นาที

สุวัจน์ เปิดมหกรรมแห่เทียนโคราช 2569 ชู Soft Power วัฒนธรรม ต่อยอดสู่เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวยั่งยืน เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี
ประเด็นสำคัญ
เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มหกรรมแห่เทียนโคราช 2569 ภายใต้แนวคิด “พุทธศิลป์ และแสงธรรมแห่งศรัทธา” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก แม้จะมีฝนตกแต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติยังคงร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น ภายในงานมี นายเทวัญ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา คณะผู้บริหาร
สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นายสุวัจน์ กล่าวว่า งานแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดนครราชสีมาจัดได้ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี
สะท้อนถึงพลังศรัทธาของชาวโคราชที่มีต่อพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น แม้ฝนจะตกแต่ประชาชนยังคงอยู่ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง แสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในประเพณีอันทรงคุณค่าของจังหวัด
สถานการณ์ล่าสุด
พร้อมกล่าวชื่นชมเทศบาลนครนครราชสีมาที่ผลักดันการจัดงานให้ยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง และย้ำว่าโคราชมีต้นทุนด้าน Soft Power ที่โดดเด่น ทั้งภาษาโคราช อาหารโคราช ผ้าไหมโคราช เพลงโคราช มวยโคราช
ตลอดจนมรดกทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ซึ่งขณะนี้เทศบาลกำลังดำเนินการขุดค้นแหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน พบโครงกระดูก เครื่องมือเครื่องใช้ และแนวกำแพงเมืองโบราณอายุหลายร้อยปี
โดยมีแผนพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งรอบคูเมือง เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนโคราชและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์รองรับนักท่องเที่ยว นายสุวัจน์ กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ เป็นจังหวัดเดียวของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่ 4 ของโลก ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมือง 3 มรดกโลกยูเนสโก” ประกอบด้วย
ผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พื้นที่สงวนชีวมณฑลโลกสะแกราช และอุทยานธรณีโลก ซึ่งถือเป็นมงกุฎแห่งคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัด เมื่อผสานกับ Soft Power
ที่เข้มแข็ง จะสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน “นักท่องเที่ยวในปัจจุบันต้องการการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ต้องการสัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และประเพณีของท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้คือความได้เปรียบของจังหวัดนครราชสีมา จึงอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณี เพื่อเป็นทุนสำคัญในการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว” นายสุวัจน์
กล่าว ไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้ คือ “ขบวนเทียนลิซ่า” ผลงานแกะสลักหุ่นเทียนของวัดบิง อำเภอโชคชัย ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม รวมถึง “ขบวนเทียนนายกฯ อนุทิน”
ที่นำเสนอหุ่นเทียนล้อการเมืองยืนคู่กับ “หมูเด้ง” สร้างรอยยิ้มและสีสันให้ผู้ร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



