บังคับใช้แล้ว! สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 19:25อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2569 เป็นต้นไป
ประเด็นสำคัญ
ถือเป็นกลไกทางกฎหมายครั้งสำคัญที่มุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อสะสมในสังคมไทยตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้
กำหนดให้มีการนิรโทษกรรมแก่บุคคลที่ได้กระทำการอันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองที่มีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยครอบคลุมกรอบการกระทำที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2548 - 16 ก.ค.2568 รวมความผิดตามฐานกฎหมายต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ เช่น ความผิดตาม
พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.จราจรทางบก, พ.ร.บ.อาวุธปืน
รวมถึงประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ข้อยกเว้นความผิดที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม
สถานการณ์ล่าสุด
(มาตรา 3) กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดขอบเขตและข้อยกเว้นไว้อย่างชัดเจนตาม มาตรา 3 โดยมิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ความผิดต่อส่วนตัว
หรือการกระทำที่ผู้กระทำต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม การจัดตั้ง "คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข" และกรอบเวลาทำงาน ตามมาตรา 4 และมาตรา 5
มุมมองและผลกระทบ
กำหนดให้มี "คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข" ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ รมว.ยุติธรรม
เป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนจากภาครัฐ องค์กรอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากภาคประชาสังคม
คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัย ชี้ขาด ว่าบุคคลหรือการกระทำใดเข้าหลักเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมาย พร้อมทั้งออกระเบียบที่เกี่ยวข้อง รับเรื่องร้องขอ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และจัดทำรายงานสรุปผลเสนอต่อรัฐสภา ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง โดยกฎหมายกำหนดให้จัดประชุมครั้งแรกภายใน 30
วันนับแต่วันที่กฎหมายบังคับใช้ หรือภายในวันที่ 22 ก.ย.2569 และต้องดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
ผลทางกฎหมายและการคืนสิทธิแก่ประชาชน เมื่อบุคคลได้รับอนุมัติการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัยโดยสิ้นเชิง
และมิให้ถือว่าเคยต้องคำพิพากษาลงโทษในความผิดดังกล่าว โดยมีผลในทางปฏิบัติดังนี้ คดีในชั้นสอบสวนหรือ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



