สสส.ผนึกภาคี ดันกิจกรรมทางกาย สร้างสุขภาวะแม่-ลูก ตั้งแต่ 2,500 วันแรก
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 11:00อ่าน 3 นาที

เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ ภาพที่หลายคนคุ้นเคยอาจเป็นการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และไปพบแพทย์ตามนัด ขณะที่เรื่อง “การออกกำลังกาย”
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อาจยังเป็นสิ่งที่คุณแม่จำนวนไม่น้อยลังเล เพราะกังวลว่าการเคลื่อนไหวมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ แต่หลักฐานทางการแพทย์กลับชี้ให้เห็นว่า
หากเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและช่วงอายุครรภ์ การมีกิจกรรมทางกายอย่างพอดีสามารถเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของทั้งแม่และลูกได้ ด้วยเหตุนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเดินหน้าสานพลังกับกรมอนามัย ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ผลักดัน
“แนวทางเวชปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด” หวังเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานวิชาการให้กลายเป็นคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
พร้อมสร้างความเข้าใจใหม่ว่า การตั้งครรภ์ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดเคลื่อนไหว หากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์
สถานการณ์ล่าสุด
การมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่ควรได้รับการส่งเสริม น.ส.นิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. น.ส.นิรมล ราศรี
ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวในงานรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติปี 2569 ว่า
การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายและยุทธศาสตร์สุขภาวะปฐมวัยของ สสส.
มุมมองและผลกระทบ
เพราะสุขภาพของแม่ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์มีความเชื่อมโยงกับสุขภาวะของลูกในระยะยาว โดยเฉพาะช่วง “มหัศจรรย์ 2,500 วันแรกของชีวิต”
ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญในการวางรากฐานพัฒนาการและสุขภาพของเด็ก “แนวทางเวชปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด สสส. มุ่งขยายผลผ่าน 3 กลไกสำคัญ คือ 1.
การสื่อสารสร้าง Active Society ด้วยชุดความรู้และสื่อที่เข้าใจง่าย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แม่และครอบครัวว่า หญิงตั้งครรภ์สามารถมีกิจกรรมทางกายได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย 2.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การนำองค์ความรู้และเครื่องมือต้นแบบลงสู่ชุมชน ผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และเครือข่ายท้องถิ่น พร้อมสอดแทรกใน ‘โรงเรียนพ่อแม่’ และ
‘คลินิกฝากครรภ์คุณภาพ’ 3. การสนับสนุนองค์ความรู้ร่วมกับภาคีวิชาการ เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดทุกพื้นที่เข้าถึงข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้อง นำไปปฏิบัติได้จริง
และมีสุขภาวะที่ดีทั้งแม่และลูก” พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ด้าน พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า
หลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นประโยชน์ของการมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมระหว่างตั้งครรภ์ โดยคุณแม่ที่ออกกำลังกายมีแนวโน้มที่รกจะมีขนาดใหญ่ขึ้น
ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและการส่งผ่านสารอาหารไปยังทา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



