รัฐบาลตั้งศูนย์บัญชาการจุดเดียวรับมือวิกฤตน้ำท่วมน่าน 24 ชม.
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 07:45อ่าน 3 นาที

รัฐบาลปักหลักตั้งศูนย์บัญชาการจุดเดียว รับมือวิกฤตน้ำท่วมน่าน 24 ชม. เชื่อมข้อมูลน้ำ–ดาวเทียม-ระบบเตือนภัย สั่งการได้ในทันที ระดม 6 กระทรวงเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร แรงงาน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
20 ส.ค.2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในจังหวัดน่าน
ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำน่านและพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างใกล้ชิด รัฐบาลได้ยกระดับการบัญชาการในพื้นที่ โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command)
รายละเอียดเพิ่มเติม
และปักหลักติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือน การอพยพ และการระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นเอกภาพ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่สถานีวัดน้ำ N.1 อำเภอเมือง จังหวัดน่าน และตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลและแนวทางสั่งการร่วมกัน สามารถปรับกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้ทันที
โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่การเดินทางและการช่วยเหลือทำได้ยากขึ้น ทั้งนี้ การตั้ง Single Command และการบัญชาการตลอด 24
ชั่วโมงเป็นความคืบหน้าสำคัญในการยกระดับการรับมือสถานการณ์ในพื้นที่ ด้านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศ.ดร.ยศชนัน สั่งการ “อว.ส่วนหน้า”
มุมมองและผลกระทบ
และทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ น่าน พะเยา และลำพูน โดยให้ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือน
การจัดกำลังและเครื่องมือ การเตรียมศูนย์พักพิง การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูหลังน้ำลด สำหรับระบบเตือนภัย
อว.กำชับให้บูรณาการข้อมูลพื้นที่ต้นน้ำและจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มและแจ้งเตือนได้ทันท่วงที พร้อมเชื่อมการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast รวมถึงช่องทางของจังหวัด อำเภอ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันสถานการณ์ ขณะเดียวกัน
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้รับมอบหมายให้ใช้ข้อมูลดาวเทียมติดตามสถานการณ์น้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง
และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ พร้อมประสานข้อมูลกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ปภ. และกรมทรัพยากรน้ำ รวมถึงส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชันเช็คน้ำ เพื่อติดตามสถานการณ์
ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และรับการแจ้งเตือน พร้อมกันนี้ ให้เตรียมกำลังพล เรือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเฮลิคอปเตอร์ KA-32 สำหรับภารกิจ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



