อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10:04อ่าน 3 นาที

อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะใช้
ประเด็นสำคัญ
“มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ต่ออิหร่าน ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ครั้งใหม่
คำกล่าวของเบสเซนต์มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า จะใช้ “สงครามเศรษฐกิจ” กับอิหร่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
และเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลืออิหร่านไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม โดยเบสเซนต์ระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากสหรัฐขู่ใช้มาตรการลงโทษทางการเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้อิหร่านยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 6 เดือน
และส่งผลให้ปริมาณน้ำมันหลายล้านบาร์เรลจากตะวันออกกลางไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ “ผมไม่แน่ใจว่าทำไมราคาน้ำมันถึงปรับตัวขึ้นจากเรื่องนี้
สถานการณ์ล่าสุด
หากเรากำลังใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ นั่นก็หมายความว่า มีแนวโน้มว่าจะไม่มีการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารในวงกว้างอีก” เบสเซนต์กล่าว เบสเซนต์กล่าวกับ CNBC ว่า
เขาจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ และจะพูดถึงสิ่งที่เรากำลังจะทำต่ออิหร่านอย่างละเอียดในการแถลงข่าววันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม “มันเป็นการโจมตีแบบสองจังหวะ
เรามีการปิดล้อม (อิหร่าน) และเราจะมีมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” เบสเซนต์กล่าว โดยหมายถึงการปิดล้อมทางทะเลที่สหรัฐใช้กับอิหร่านตั้งแต่เดือนเมษายน
มุมมองและผลกระทบ
ก่อนจะระงับมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน “มันจะได้ผลในอิหร่าน และเราจะทำให้ระบอบการปกครองนี้ล่มสลาย
ถึงเวลาแล้วที่พันธมิตรของเราและส่วนที่เหลือของโลกจะต้องตัดสินใจ” รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าว ก่อนที่เบสเซนต์จะออกมาแสดงความคิดเห็น กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า
อิหร่านประณามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐ โดยเรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็น “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” และระบุว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จะไม่สามารถทำให้ชาวอิหร่านลังเลแม้แต่น้อยในการปกป้องเอกราช ศักดิ์ศรี และอธิปไตยของชาติ ทั้งนี้ อิหร่านเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงและต่อเนื่องมาเกือบ 50 ปี
นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ด้าน Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า ตามข้อมูลปี 2025 จีนรับซื้อน้ำมันที่อิหร่านขนส่งทางเรือมากกว่า 80% แต่การทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน
ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยังสหรัฐเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงแร่หายากที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม อาจทำให้จีนตอบโต้สหรัฐได้
เมื่อถูกถามว่าสหรัฐสามารถกำหนดเป้าหมายคว่ำบาตรจีนจากการทำธุรกิจกับอิหร่านหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า การพูดคุยในประเด็นดังกล่าวหลายเรื่องควรดำเนินการเป็นการส่วนตัว “อย่าลืมว่าพลังงาน
50% ที่ใช้ในจีนมาจากภูมิภาคอ่าว ดังนั้น…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



