อนุทิน จับมือ ปธน.ปราโบโว ยกระดับหุ้นส่วนไทย-อินโดฯ ตั้งเป้าการค้า 23,000 ล้านดอลล์ ดันอาเซียนเข้มแข็ง
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 21:07อ่าน 3 นาที

‘อนุทิน’ จับมือ ‘ปธน.ปราโบโว’ ยกระดับหุ้นส่วน ‘ไทย-อินโดฯ’ ผนึกสองเศรษฐกิจหลักอาเซียน รับมือโลกผันผวน ตั้งเป้าการค้า 23,000 ล้านดอลลาร์ ดัน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
‘ฮาลาล-อาหาร-การท่องเที่ยว-ลงทุน’ พร้อมร่วมปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผลักดันอาเซียนเข้มแข็งและแข่งขันได้ในเวทีโลก เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม
(ตามเวลาท้องถิ่นกรุงจาการ์ตา ซึ่งตรงกับประเทศไทย) ณ ห้อง Oval Room อาคาร Istana Merdeka ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กรุงจาการ์ตา น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้หารือเต็มคณะกับนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ในโอกาสการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 15 ปี ซึ่งการพบกันครั้งนี้มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทาง
ความร่วมมือของสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอาเซียน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะขับเคลื่อน หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย –
สถานการณ์ล่าสุด
อินโดนีเซีย ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ
รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของอาเซียนในฐานะแกนกลางของภูมิภาค รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ในส่วนของด้านเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุ
23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 จากปัจจุบันประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของทั้งสองประเทศ เป้าหมายดังกล่าวสามารถบรรลุได้เร็วกว่ากำหนด
มุมมองและผลกระทบ
โดยนายกฯยืนยันว่า ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ของอินโดนีเซีย ทั้งการขยายการค้าสินค้าเกษตร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน
และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค โดยเชิญชวนภาคเอกชนอินโดนีเซียเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของอาเซียนภาคพื้นทวีป
เชื่อมโยงตลาดสำคัญในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะผลักดัน อุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงของโลก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยผสานจุดแข็งของอินโดนีเซียในฐานะตลาดผู้บริโภคมุสลิมขนาดใหญ่ กับศักยภาพด้านการผลิต คุณภาพสินค้า และมาตรฐานฮาลาลของไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ
ขณะที่ ด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศตกลงยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการลักลอบค้ายาเสพติด
ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่ไม่มีพรมแดน
ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ไทยได้อำนวยความสะดวกในการส่งชาวอินโดนีเซ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



