ตร.แกะรอยจากกล้อง รวบมือยิงหนุ่ม 23 เจ็บสาหัส กลางซอยปรีดีฯ 47
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:30อ่าน 2 นาที

ตร.แกะรอยจากกล้อง รวบมือยิงหนุ่ม 23 เจ็บสาหัส กลางซอยปรีดีฯ 47 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน, พ.ต.ท.ภราดร สุวรรณรัตน์ รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน ,
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พ.ต.ต. สุริยา จั้นวันดี , พ.ต.ต.บรรพต ถิ่นทัพไทย สว.สส.สน.คลองตัน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายกร (นามสมมติ) อายุ 20 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือโดยไม่มีเหตุสมควร,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน” พร้อมตรวจยึดของกลาง คือ อาวุธปืนแบลงค์กันแปลง ยี่ห้อ zoraki mod 914 ขนาดกระสุน .380
จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda PCX สีดำ คันหมายเลขทะเบียน 9ขค-6451 กทม. เสื่อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ พฤติการณ์กล่าว คือ วันที่ 29 ก.ค.69 เวลาประมาณ 07.23 น.
ตาม ปจว.รับแจ้งเหตุ ข้อที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ได้รับแจ้งเหตุพยายามฆ่าฯ จากพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตันจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ
สถานการณ์ล่าสุด
ผู้ก่อเหตุได้ขับขี่ จยย.จะมารับหญิงสาวซึ่งมาพักอาศัยอยู่กับกลุ่มผู้เสียหาย และได้มีปากเสียงกันกับกลุ่มผู้เสียหายและแยกย้ายไป ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ PCX สีดำ
ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน กลับมายังบริเวณที่เกิดเหตุและได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้กระสุนปืนถูกบริเวณไหล่และบริเวณหน้าอกของนายณัฐพลฯ จำนวน 3 นัด
หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ได้ออกสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุตลอดจนเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ
มุมมองและผลกระทบ
จนกระทั่งสามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ จึงได้ประสานฝ่ายสอบสวน สน.คลองตัน และเร่งรัดจัดทำรายงานการสืบสวนเพื่อขออนุมัติหมายจับ
และสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุและตรวจยึดของกลางได้ในเวลาต่อมา จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุดังกล่าวจริง
และก่อเหตุไปเนื่องจากมีปากเสียงและมีการท้าทายกันกับกลุ่มคู่กรณี จึงได้กลับไปเอาอาวุธปืนแล้วมาก่อเหตุในเวลาต่อมา
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



