นายกฯ ต้อนรับ รมว. กต. ลิทัวเนีย เยือนไทยรอบ 22 ปี
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:22อ่าน 3 นาที

นายกฯ ต้อนรับ รมว. กต. ลิทัวเนีย เยือนไทยในรอบ 22 ปี มุ่งขยายความร่วมมือการค้า การลงทุน เทคโนโลยีชั้นสูง และอาหาร เชื่อมโอกาสการลงทุนไทย สู่ตลาดยุโรปและภูมิภาคบอลติก วันที่ 27
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กรกฎาคม เวลา 15.00 น. ที่ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายแกสตุติส บุดรีส (H.E. Mr. Kestutis Budrys)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐลิทัวเนีย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยทั้งสองฝ่ายหารืออย่างเป็นกันเองและเป็นมิตร พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ที่จะยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับลิทัวเนียในหลากหลายสาขา
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย ซึ่งเป็นการเยือนระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในรอบ 22 ปี
พร้อมแสดงความยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศกำลังมีพัฒนาการที่สำคัญ โดยเห็นว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับความร่วมมือทวิภาคี ทั้งในระดับรัฐบาล
สถานการณ์ล่าสุด
ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ขณะที่ฝ่ายลิทัวเนียย้ำว่าการเยือนครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลลิทัวเนียที่จะขยายบทบาทในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
รวมถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและการทูตกับประเทศไทยและอาเซียน พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนลิทัวเนียอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไป
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยและลิทัวเนียยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับศักยภาพของทั้งสองประเทศ และควรร่วมกันผลักดันให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละฝ่าย
มุมมองและผลกระทบ
โดยไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ส่วนลิทัวเนียซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศบอลติกมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมนวัตกรรม
ซึ่งจะช่วยสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่และเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนร่วมกัน ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอรับการสนับสนุนจากลิทัวเนียในการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป
(Thailand-EU FTA) รวมถึงสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ขณะที่ฝ่ายลิทัวเนียยืนยันการสนับสนุนทั้งสองประเด็น พร้อมแบ่งปันประสบการณ์จากการเข้าร่วม OECD
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อไทย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยลิทัวเนียนำเสนอศักยภาพด้านความมั่นคงไซเบอร์ Data
Center โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เทคโนโลยีพลังงาน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งนายกรัฐมนตรีแสดงความสนใจที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านเทคโนโลยี
การป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ เทคโนโลยีการแพทย์ การวิจัย และสาขา STEM เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศ
ฝ่ายลิทัวเนียยังได้เชิญชวนไทยเข้าร่วมการประชุมด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและนวัตกรรมระดับนานาชาติ ในปีหน้า พร้อมผลักดันการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานด้านน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



