แห่ซื้อ ‘ออมพลัส’ หมดใน 21 วินาที เตรียมจองต่อ 3-5 ส.ค.นี้
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 16:37อ่าน 3 นาที

“รัชดา” เผยพันธบัตร “ออมพลัส” หมดใน 21 วินาที จองต่อ 3-5 ส.ค. รัฐบาลหนุนรายย่อยออมปลอดภัย–เอสเอ็มอีเข้าถึงทุน–สกัดทุนเทา 2 ส.ค.2569 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยจำหน่ายเต็มวงเงินภายในเวลาเพียง 21 วินาที
สะท้อนถึงความต้องการทางเลือกการออมที่มั่นคง ปลอดภัย และประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน
รายละเอียดเพิ่มเติม
“ความสำเร็จของพันธบัตรออมพลัสไม่ใช่เพียงเรื่องของการขายพันธบัตรได้หมดอย่างรวดเร็ว แต่แสดงให้เห็นว่า เมื่อภาครัฐออกแบบเครื่องมือทางการเงินให้เข้าถึงง่าย
ประชาชนพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการออมและลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงให้ตนเอง” นางสาวรัชดา กล่าว โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
มีนโยบายชัดเจนให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนรายย่อย ทำให้เงินทุนในระบบไหลไปสู่ประชาชนและเศรษฐกิจจริงอย่างทั่วถึง
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มที่มีเงินทุนหรือมีความพร้อมมากกว่า พันธบัตรออมพลัสจึงได้รับการออกแบบให้ประชาชนเริ่มลงทุนได้ด้วยวงเงินไม่สูง พร้อมใช้หลักการจัดสรรแบบ “Small Lot First”
หรือให้ผู้ลงทุนรายเล็กได้รับการจัดสรรก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงของรัฐบาลได้อย่างเป็นธรรม สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทุน
จะมีการเปิดให้จองซื้อพันธบัตรออมพลัสรอบถัดไประหว่างวันที่ 3–5 สิงหาคม 2569 ขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยจะให้สิทธิรายย่อยก่อนผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect นางสาวรัชดา กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
การสร้างโอกาสทางการเงินให้ประชาชนไม่ได้หยุดอยู่เพียงการส่งเสริมการออม แต่ยังครอบคลุมถึงการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อและเงินทุนได้มากขึ้นด้วย
ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า ปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่เพียงการมีเงินทุนไม่เพียงพอ แต่คือการทำให้เงินทุนไปถึงธุรกิจที่มีศักยภาพ
โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความสามารถและมีวินัยทางการเงิน แต่ติดข้อจำกัดเรื่องหลักประกันหรือมีข้อมูลในระบบการเงินไม่เพียงพอ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รัฐบาลจึงผลักดันการนำข้อมูลขนาดใหญ่และข้อมูลทางเลือกมาใช้ประกอบการประเมินความสามารถของผู้ประกอบการ เพื่อให้สถาบันการเงินมองเห็นศักยภาพของธุรกิจได้รอบด้านมากขึ้น
ไม่พิจารณาเฉพาะทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ นำเงินไปหมุนเวียนกิจการ ขยายธุรกิจ และรักษาการจ้างงาน นางสาวรัชดา ระบุว่า
การดำเนินงานส่วนนี้มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้กำกับดูแลและขับเคลื่อนร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเร่งปิดช่องทางของทุนเทา บัญชีม้า พนันออนไลน์ ธุรกรรมผิดปกติ และเงินนอกระบบที่บิดเบือนการแข่งขัน เพราะเงินที่มาจากกิจกรรมผิดกฎหมายไม่เ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



