สนพ. ถอดโมเดลโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำ ฐานทัพเรือสัตหีบ สู่แผนพีดีพี 2026
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10:03อ่าน 3 นาที

สนพ. พาสื่อเยี่ยมชม Solar Floating ศึกษารูปแบบการผลิตไฟฟ้าใช้เอง รับมือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไฟฟ้าไทยสู่แผน PDP 2026 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
ประเด็นสำคัญ
(สนพ.) กล่าวว่าได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ศึกษาดูงานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ หรือ Solar Floating ณ อ่างเก็บน้ำหนองไก่เตี้ย
ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อศึกษากรณีตัวอย่างการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนสำหรับใช้ภายในพื้นที่ สะท้อนรูปแบบการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ ระบบไฟฟ้าไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้า
จากเดิมที่พึ่งพาไฟฟ้าจากระบบส่วนกลาง ไปสู่การที่หน่วยงาน ภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เองได้มากขึ้น นายวัฒนพงษ์ กล่าวว่า
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้า การวางแผนกำลังผลิต ระบบสายส่ง และระดับกำลังผลิตสำรองที่เหมาะสม โดยการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่
สถานการณ์ล่าสุด
(PDP 2026) จะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพลังงานไทยให้มีความมั่นคง มีต้นทุนที่เหมาะสม และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net
Zero ภายในปี 2050 “การจัดทำแผนฉบับใหม่ ต้องพิจารณาว่ารูปแบบการผลิตและใช้ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อผู้ใช้ไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น
ความต้องการไฟฟ้าจากระบบในแต่ละช่วงเวลามีการเปลี่ยนแปลง และต้องคำนึงถึงความมั่นคงและพร้อมรองรับในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถผลิตได้” สำหรับโครงการ Solar Floating ณ
มุมมองและผลกระทบ
อ่างเก็บน้ำหนองไก่เตี้ย เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำลังผลิตติดตั้ง 5.03 เมกะวัตต์
โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจ่ายเข้าสู่ระบบไฟฟ้าเดิมของฐานทัพเรือสัตหีบ และบริหารกำลังผลิตไม่ให้เกินความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จะเริ่มจ่ายไฟฟ้าในไตรมาสแรกของปี 2570
คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 6.35 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 82,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตลอดอายุโครงการ ทั้งนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวง แต่ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เนื่องจากสะท้อนแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าใช้เองและการบริหารพลังงานภายในพื้นที่เฉพาะ
ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองกับระบบไฟฟ้าหลัก ตลอดจนเห็นความจำเป็นในการเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ
เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ภายหลังการศึกษาดูงาน คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ได้ร่วมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับภารกิจอนุรักษ์และฟื้นฟูเต่าทะเล ณ
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ก่อนร่วมปล่อยลูกเต่าทะเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



