‘สมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ย?‘ หญิงนักกิจกรรมเปิดปมลับเมื่อ 20 ปีก่อน
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:16อ่าน 3 นาที

กระแสเปิดโปงปัญหาล่วงละเมิดทางเพศในหมู่นักกิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยยังขยายวง ล่าสุดหญิงนักกิจกรรมเปิดเรื่องจากอดีตเมื่อปี 2549 อ้างเคยถูก “คนดัง” ในขบวนการหลอกพาเข้าโรงแรม ก่อนประกาศ “วันนี้ฉันนี่แหละคือใบเสร็จ” และทิ้งคำถามปริศนา “คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?”
ประเด็นสำคัญ
22 สิงหาคม 2569 - จากกระแสการเปิดเผยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศในหมู่นักกิจกรรมและผู้เคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีหญิงนักกิจกรรมออกมาเล่าประสบการณ์ของตนเอง และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อกรณีที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า “ผมขอโทษทุกกรณี และสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก” ล่าสุด ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Pornnapa lamsamarn” โพสต์ข้อความว่า “เรื่องทำนองนี้ ก็เคยเกิดกับฉันมาก่อนเหมือนกัน…
ถ้าเอ่ยชื่อไป… ช็อกกันทั่วเมืองแน่ …”
รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนเปิดเผยเรื่องราวในหัวข้อ “[เรื่องเล่าจากอดีต: เมื่ออุดมการณ์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกใช้คน]” เธอระบุว่า เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ออกมาเล่าถึงบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิดโดย “นักอุดมการณ์” ทำให้อดีตของตัวเองกลับมาฉายภาพซ้ำ โดยบอกว่าแทบจะเป็น “ภาพคัดลอกเดียวกัน” ต่างกันเพียงช่วงเวลา และผู้กระทำซึ่งเป็น “คนดัง” อีกคน เธอเล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 ขณะนั้นอายุ 20 ปี เดินทางจากดอยนางนอน จ.เชียงราย มาร่วมประท้วงการยึดอำนาจที่สนามหลวงเพียงลำพัง โดยไม่รู้จักใครในพื้นที่ นอกจากคนดังคนหนึ่งที่เคยพูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ด coup19.org ซึ่งต่อมาได้ติดต่อพูดคุยกันผ่าน MSN จนเริ่มคุ้นเคย ต่อมา เธอเข้าไปช่วยงานที่สำนักงานมูลนิธิแห่งหนึ่งบริเวณซอยรางน้ำโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ด้วยความตั้งใจอยากมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนขบวนการ เมื่อเสร็จงาน ชายคนดังกล่าวชวนออกไปข้างนอกและอาสาไปส่งที่พัก โดยพาเดินขึ้นไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS แต่เธออ้างว่า ปลายทางกลับไม่ใช่การขึ้นรถไฟฟ้ากลับที่พัก โดยชายคนดังกล่าวพาเธอเลี้ยวเข้าโรงแรมข้างสถานีแทน เธอเล่าว่า ด้วยความที่ขณะนั้นยังอายุน้อยและไม่ประสีประสา ทำให้ทำอะไรไม่ถูก และรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเป็นบุคคลที่เธอให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ พร้อมระบุว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกถูกลดทอนคุณค่ามากที่สุดคือ ก่อนกลับชายคนดังกล่าวยื่นเงินให้ แต่เธอปฏิเสธ หญิงนักกิจกรรมรายนี้ยอมรับว่า ในเวลานั้นมีความรู้สึกดีต่อชายคนดังกล่าว แต่สิ่งที่ไม่เคยทราบมาก่อนคืออีกฝ่ายมีภรรยาอยู่แล้ว โดยอ้างว่าเป็นเรื่องที่คนในสำนักงานรู้กันหมด แต่ตนเองกลับไม่รู้ ก่อนระบุว่า “สรุปคือ ฉันโดนหลอกเต็มๆ โดนหลอกให้ไปช่วยงานฟรี โดนหลอกฟันฟรี และสูญเสียความเคารพศรัทธาที่มีต่อคนดังคนนี้ไปจนหมดสิ้น…”
สำหรับเหตุผลที่เลือกเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นเวลานาน เธอระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลัวว่าขบวนการประชาธิปไตยที่ทุกคนร่วมกันสร้างขึ้นจะพังทลาย อีกทั้งภายใต้โครงสร้างสังคมในเวลานั้น หากพูดออกไป ผู้ที่เปิดเผยเรื่องอาจไม่พ้นถูกตราหน้าว่า “สมย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



