ข้ามไปยังเนื้อหา

เปิดเส้นทางมวลน้ำน่าน อ.เวียงสา เตรียมรับมือน้ำหลาก 20-21 ส.ค.นี้

อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 18:29อ่าน 3 นาที

เปิดเส้นทางมวลน้ำน่าน อ.เวียงสา เตรียมรับมือน้ำหลาก 20-21 ส.ค.นี้
แชร์ข่าวนี้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดน้ำหลากเข้าท่วมฉับพลันหลายตำบลในพื้นที่ จ.น่าน หลังฝนสะสมสูงถึง 388 มิลลิเมตร รวมทั้ง อ.ท่าวังผา

อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

อ.สันติสุข และ อ.ภูเพียง จ.น่าน โดยระดับน้ำได้ขึ้นสูงสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ส.ค.) น้ำไหลในอัตรา 2,165 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งฝั่งอำเภอเมืองน่าน 60

เซนติเมตร และฝั่งอำเภอภูเพียง สูงกว่าตลิ่งประมาณ 1.10 เมตร หากมาดูเส้นทางน้ำจากแผนผังลุ่มน้ำน่าน น้ำจะไหลจาก อ.ท่าวังผา อ.ปัว น้ำกำลังลดลง ระดับน้ำ 10.46 เมตร ล้นตลิ่ง 96 เซนติเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติม

อ.เมืองน่าน N.1 ระดับน้ำ 8.46 ม. มีล้นตลิ่ง 1.46 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น อ.เวียงสา N.13A มีระดับน้ำ 7.32 เมตร ล้นตลิ่ง 82 เซนติเมตร มี "แนวโน้มเพิ่มขึ้น" และที่เวียงสา

ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับมวลน้ำทั้งหมด สทนช. คาดการณ์ว่าน้ำจะถึงเวียงสาในช่วงวันที่ 20-21 ส.ค.นี้ ต้องเตรียมพร้อมรับมือหลังจากนั้นน้ำจะไหลลงเขื่อนสิริกิติ์ และที่ผ่านมา

พบฝนสะสมจำนวนมาก จากการวิเคราะห์คาดการณ์ฝนสะสม 3 วันล่วงหน้า จ.น่าน ช่วงวันที่ 19-21 ส.ค.2569 อ.ปัว 150-230 มิลลิเมตร อ.สันติสุข 95-270 มิลลิเมตร อ.ท่าวังผา 140-230 มิลลิเมตร

สถานการณ์ล่าสุด

ถือว่าสูงมาก สำหรับสาเหตุของฝนที่ตกหนัก มาจากเป็นอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคเหนือ ทำให้เกิดแนวปะทะและฝนตกหนักในเวลาสั้น ๆ โดยไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ "เรนบอมบ์ (Rain

Bomb)" แต่อย่างใด ทั้งนี้ ในช่วง 7 วันนับจากนี้ อิทธิพลของร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาจากตอนใต้ของจีน จะทำให้มีฝนกระจุกตัว ส่งผลให้หลายจังหวัดเสี่ยงต่อภาวะน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน

ในหลายจังหวัด และมีการคาดการณ์พื้นที่ชี้เป้าจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมสูง ในช่วง ส.ค. - ต.ค.2569 นี้ ภาคเหนือ จ.น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก

มุมมองและผลกระทบ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี ตราด และ ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี แม้หลายพื้นที่จะต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วม แต่ในอีกมิติหนึ่ง

ประเทศไทยกลับยังมีความเสี่ยงสูงกับภาวะภัยแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักทั่วประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 กว่าเท่านั้น

โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่อย่างภูมิพลและสิริกิติ์ก็ยังมีน้ำน้อย หากฝนไม่ตกเหนือเขื่อนตามคาดการณ์ จะส่งผลกระทบอย่างหนักในฤดูแล้งหน้า ล่าสุดบางพื้นที่อย่าง จ.สุรินทร์

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำแล้ว และทาง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ชี้เป้าจังหวัดที่เสี่ยงวิกฤตขาดแคลนน้ำในช่วงปลายปี ​ในช่วงฤดูฝน เรากำลังเผชิญความเสี่ยงแบบสองขั้ว

ด้านหนึ่งต้องเตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำหลากและน้ำท่วมหนักในจุดเสี่ยงซ้ำซาก รวมถึงพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ แต่ในขณะเดียวกัน หากมองให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เรากลับพบว่ายังมี "พื้นที่เงาฝน"

อีกหลายแห่งที่กำลังเผชิญภาวะแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วง สทนช. จึงต้องเร่งบริหารจัดการความเสี่ยงแบบคู่ขนาน ในขณะที่เวลาน…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · เปิดเส้นทางมวลน้ำน่าน อ.เวียงสา เตรียมรับมือน้ำหลาก 20-21 ส.ค.นี้
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง