‘สามารถ’ ชี้หยุดแลนด์บริดจ์ได้แต่อย่าหยุดโครงการเชื่อม 2 ฝั่งทะเล
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 11:30อ่าน 3 นาที

2 สิงหาคม 2569 – ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พับแลนด์บริดจ์… แต่ไม่พับแนวคิด “เชื่อม 2 ฝั่งทะเล” รัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนว่า “แลนด์บริดจ์” แทบหมดโอกาสเกิดแล้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นการพับโครงการใช่หรือไม่ คำตอบคือ “ก็จะว่าอย่างนั้นก็ได้” แต่จะพิจารณาสร้างทางรถไฟไปยังท่าเรือระนอง หรือ Missing Link ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีน ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไม่ได้พับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเห็นว่าในระยะนี้ควรเริ่มจากการสร้าง Missing Link หรือโครงข่ายรถไฟที่ยังขาดหาย ควบคู่กับการปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง เพื่อให้เกิดผลได้รวดเร็วกว่า หากในอนาคตถึงเวลาที่เหมาะสม มีความจำเป็น หรือมีปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เอื้ออำนวย ก็สามารถนำแนวคิดแลนด์บริดจ์กลับมาพิจารณาได้อีก แม้ทั้งสองท่านจะใช้ถ้อยคำต่างกัน แต่สาระสำคัญกลับไปในทิศทางเดียวกันคือ รัฐบาลจะหันไปลงทุนโครงการ Missing Link และพัฒนาท่าเรือทั้งสองฝั่ง 1. ทำความเข้าใจคำว่า “แลนด์บริดจ์” แลนด์บริดจ์คือ การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยยกตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าขึ้นจากเรือฝั่งหนึ่ง ลำเลียงข้ามแผ่นดินด้วยรถไฟหรือถนน แล้วนำขึ้นเรืออีกฝั่งหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินเรืออ้อมช่องแคบหรือเส้นทางที่ยาวกว่า ตัวอย่างของไทยคือ – เรือจากมหาสมุทรอินเดียเข้าท่าเรือฝั่งอันดามัน เช่น ระนอง – ยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นรถไฟหรือรถบรรทุก – ขนส่งข้ามแผ่นดินไปยังชุมพร – ยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นเรืออีกลำ เพื่อเดินทางต่อไปยังจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศอื่น จึงเรียกว่า “สะพานทางบก” เพราะใช้แผ่นดินเป็นตัวเชื่อมทะเลสองฝั่ง โดยไม่ต้อง ขุดคลอง หากขนสินค้าจากระนองไปชุมพร หรือไปเชียงใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ นั่นเป็นเพียงการขนส่งภายในประเทศ ไม่ใช่แลนด์บริดจ์ แลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสินค้าระหว่างประเทศขนถ่ายจากเรือฝั่งหนึ่ง ไปลงเรืออีกฝั่งหนึ่ง เท่านั้น 2. โอกาสที่แลนด์บริดจ์จะกลับมามีมากน้อยแค่ไหน?
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ส่วนตัวผมมองว่า ค่อนข้างยาก เหตุผลแรกคือ รัฐบาลยอมรับจากผลการศึกษาว่า โครงการไม่คุ้มทุน เมื่อภาครัฐยังประเมินเช่นนี้ ก็ยิ่งยากที่จะจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการมูลค่ามหาศาล เหตุผลที่สองคือ การแข่งขันของธุรกิจท่าเรือในภูมิภาคเปลี่ยนไปมากแล้ว สายการเดินเรือส่วนใหญ่มีเครือข่ายและพันธมิตรกับท่าเรือหลักอยู่แล้ว การจะดึงให้เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือมายังแลนด์บริดจ์ของไทย จึงไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเลือกลงทุนเองแบบค่อยเป็…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



