หนูขอดูเงินก่อนเคาะเฟส2
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

นายกฯ รับต้องเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนตัดสินใจลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพีพุ่งไม่พูดถึง “ศุภจี” รอถก “เอกนิติ”
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ดันไทยเที่ยวไทยพลัสหรือไม่ เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส
เฟส 2 หลังจากเฟส 1 จะสิ้นสุดเดือน ก.ย.ว่า นโยบายใดก็ตามที่เป็นประโยชน์และก่อให้เศรษฐกิจดี การค้าขายคล่อง คุณภาพชีวิตประชาชนดี รัฐบาลจะพิจารณาทุกเรื่อง เมื่อถามว่า จะมีการปรับเป็น
รายละเอียดเพิ่มเติม
50:50 แทนปัจจุบันที่ใช้ 60:40 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ลงลึกขนาดนั้น เพราะต้องดูกระเป๋าด้วย ส่วนจะใช้งบประมาณปกติหรือจากพระราชกำหนดกู้เงินนั้น ก็ต้องเช็กดูกระเป๋า
เพราะการกู้บางคนบอกว่าจะทำให้เกิดภาระต่อประชาชน ซึ่งต้องดูเงื่อนไขการกู้ด้วย “หากกู้มาแล้วทำให้เกิดผลที่คุ้มค่ากว่าต้นทุน 1.2% เราก็ควรทำ เพราะการปล่อยกู้มาจากสถาบันการเงิน
สิ่งสำคัญเขาจะพิจารณาการคืนเงินกู้ เขามองว่าถ้าสามารถคืนเงินในอัตราดอกเบี้ยกำหนด มันก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องดูแลตลอดเวลา ทั้งนี้
สถานการณ์ล่าสุด
การกู้เงินมาใช้ในระบบเศรษฐกิจและให้เกิดการกระจายในระบบ ไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่ง เห็นได้จากผลสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่น การลงทุนต่างๆ มูลค่าการค้าการส่งออกที่ได้มากกว่าเดิม และจีดีพี
ซึ่งตรงนี้ต่างหากที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง เพราะความเป็นจริงเป็นเช่นนี้” เมื่อถามว่า กระเป๋าเงินรัฐบาลปัจจุบันอยู่ในสถานะใด นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปดูเงินคงคลัง และไปดูอะไรต่างๆ
ซึ่งก็ยังแข็งแรงอยู่ ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส โดยใช้งบประมาณจากเงินกู้ 4
มุมมองและผลกระทบ
แสนล้านบาทว่า กำลังนำเรื่องนี้หารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ว่าจะใช้เงินจากเงินกู้หรือเงินงบประมาณ โดยต้องดูการใช้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
จึงต้องดูด้วยความระมัดระวัง ขอดูให้เรียบร้อยก่อน เพราะนายเอกนิติมีแนวคิดที่จะดูเรื่องผลตอบรับของโครงการไทยช่วยไทยพลัสด้วยเช่นกัน ดังนั้น ต้องดูภาพรวมทั้งหมดก่อน ถามว่า
มีการตั้งคำถามเรื่องใช้เงินกู้ โดยมองถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่นำมาใช้กับโครงการท่องเที่ยวที่อาจกลายเป็นดาบสองคม นางศุภจีกล่าวว่า นั่นคือเหตุผลต้องดูอย่างรอบคอบก่อน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จึงยังไม่ได้เคาะว่าจะใช้เงินจากก้อนไหน ต้องดูความเหมาะสม จะใช้เงินอย่างประสิทธิภาพมากที่สุด และกระจายให้ได้มากที่สุด เมื่อถามว่า
โครงการไทยเที่ยวไทยพลัสกับไทยช่วยไทยพลัสจะออกมาพร้อมกันหรือแยกกัน นางศุภจีกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องออกมาพร้อมกัน ต้องดูความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจริงๆ
ถ้าเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว คงต้องดูในฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ไทยช่วยไทยพลัสต้องดูความจำเป็นเร่งด่วน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน
มิ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



