เอกชน แนะรัฐวิเคราะห์ผล ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ โดยละเอียดก่อนเดินหน้าเฟส 2 ชี้ต้องตรงกลุ่ม-คุ้มค่า
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 14:59อ่าน 3 นาที

เอกชน แนะรัฐวิเคราะห์ผล ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ โดยละเอียดก่อนเดินหน้าเฟส 2 ชี้ต้องตรงกลุ่ม-คุ้มค่า นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมพิจารณาโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2’ ต่อเนื่องจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟสแรกว่า มองว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลเตรียมไว้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่า ต้องการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มใด
รายละเอียดเพิ่มเติม
และมาตรการดังกล่าวจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้
รัฐบาลควรนำข้อมูลและผลลัพธ์จากโครงการที่ดำเนินการมาแล้วมาประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะผลของโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟสแรกว่า สามารถสร้างผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด
และมีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไปหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาด้วยว่ายังมีงบประมาณเพียงพอสำหรับดำเนินโครงการระยะต่อไปหรือไม่
สถานการณ์ล่าสุด
“หากมีข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนว่าการดำเนินโครงการที่ผ่านมาให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความคุ้มค่า ก็ถือเป็นมาตรการที่น่าสนใจ แต่หากจะนำกลับมาดำเนินการอีกครั้ง
รัฐบาลต้องดูว่าขณะนี้มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด และควรออกแบบมาตรการให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง” นายวิศิษฐ์กล่าว นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีกลุ่มประชาชน
รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและเอสเอ็มอีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหากำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอยู่ในระดับอ่อนแอ
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่ลง ดังนั้น หากรัฐบาลจะออกมาตรการเฟสใหม่ ควรศึกษาและกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่า กลุ่มใดยังได้รับผลกระทบในวงกว้าง
และควรเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มใดเป็นลำดับแรก เพื่อให้เม็ดเงินของรัฐลงไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุดและสามารถสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้จริง นายวิศิษฐ์กล่าวต่อว่า
สำหรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์หากรัฐบาลจะเดินหน้า ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 สิ่งแรกที่ควรดำเนินการคือการนำสถิติและข้อมูลจากโครงการในรอบที่ผ่านมาออกมาวิเคราะห์อย่างละเอียดว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เงินได้ลงไปถึงกลุ่มใดบ้าง และผลที่เกิดขึ้นสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงมากน้อยเพียงใดต้องเห็นตัวเลขให้ชัดว่า เมื่อดำเนินการในแต่ละกลุ่มแล้ว กลุ่มไหนได้รับประโยชน์มาก
กลุ่มไหนได้รับประโยชน์น้อย และมาตรการดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร เพราะทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความคุ้มค่าของการใช้เม็ดเงินภาครัฐ นายวิศิษฐ์กล่าวว่า
เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะมีข้อมูลสำหรับประเมินผลโครงการอยู่แล้ว เนื่องจากการดำเนินโครงการในปัจจุบันเป็นระบบดิจิทัล ทำให้สามารถติดตามและประเมินตัวเลขการใช้จ่าย
รวมถึงผลที่เกิดขึ้นจากมาตรการได้ไม่ยาก จึงควรนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เป็นฐานในการออกแบบมาตรการเฟสต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า
ส่วนกรณีที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3% โดยต้องการผลักดันการลงทุนจากทั้งภาค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



