รัฐบาลเตรียมถกสหรัฐฯ เจรจาภาษีปลาย ส.ค. ชูตัวเลขลงทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ปัดข่าวโยงดีลความมั่นคง
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 11:48อ่าน 3 นาที

วันนี้ (15 สิงหาคม) รัฐบาลไทยเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดสำหรับการเจรจาทางเทคนิคด้านภาษีกับ สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
โดยมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย ลลิดา เพริศวิวัฒนา
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้นำข้อมูลสำคัญด้านเศรษฐกิจไปประกอบการเจรจา
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศให้ได้มากที่สุด จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าในกลุ่มรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 301 และมาตรา 232 ของสหรัฐฯ มีสถานะดังนี้ ร้อยละ 72
ของรายการสินค้าในกลุ่มนี้ ได้รับการยกเว้นภาษีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร้อยละ 28 ยังอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการเจรจา รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้สินค้าในกลุ่มร้อยละ 28 นี้
ได้รับอัตราภาษีที่ต่ำที่สุด หรือได้รับข้อยกเว้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ รองโฆษกฯ ย้ำว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงสัดส่วนของ ‘รายการสินค้าในกรอบมาตรการ’
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่ใช่สัดส่วนมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปยังสหรัฐฯ อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่จะถูกนำไปประกอบการเจรจา คือบทบาทที่แข็งแกร่งของภาคเอกชนไทยในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ปัจจุบันภาคเอกชนไทยมีเงินลงทุนสะสมในสหรัฐฯ เกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแผนการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตอีกกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ยังระบุชัดเจนว่า อย่างน้อยร้อยละ 30 ของยอดเกินดุลการค้าที่ไทยมีต่อสหรัฐฯ นั้น แท้จริงแล้วมาจากการส่งออกของ ‘บริษัทสหรัฐฯ’ ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย
มุมมองและผลกระทบ
“รัฐบาลจะนำข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์
การลดอุปสรรคทางภาษีจึงไม่ได้เอื้อต่อผู้ส่งออกไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเป็นผลดีต่อบริษัทและการลงทุนของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตในไทยด้วย” ลลิดา กล่าว ลลิดา
ได้เน้นย้ำเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ข้อมูลการลงทุนของภาคเอกชนไทย เป็นเพียงการสะท้อนให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เงื่อนไขที่นำไปใช้ต่อรองหรือแลกเปลี่ยน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
(Trade-off) กับการยกเว้นภาษี พร้อมกันนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธกระแสข่าวลืออย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่า การเจรจารอบนี้ยึดกรอบผลประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนเป็นหลัก
ไม่มีการนำเงื่อนไขด้านความร่วมมือทางทหาร หรือความมั่นคงด้านอื่นมาแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ด้านภาษี แต่อย่างใด ในช่วงท้าย ลลิดา ระบุว่า
รัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อให้สินค้าไทยได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุด และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา
ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการพิจารณาของฝ่ายสหรัฐฯ จึงยังไม่อาจสรุปล่วงหน้าได้ว่าสินค้าที่เหลือทั้งหมดจะได้รับการยกเว้น แต่ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



