ภคมน ชง 2 ข้อเสนอ ยกระดับท่าเรือระนอง-สงขลา บูมโลจิสติกส์ใต้ ยันหน่วยงานรัฐศึกษาไว้หมดแล้ว คุ้มค่า
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:49อ่าน 3 นาที

ภคมน ชง 2 ข้อเสนอ ยกระดับท่าเรือระนอง-สงขลา บูมโลจิสติกส์ใต้ ประตูเชื่อมการค้าเอเชียใต้ ยันหน่วยงานรัฐศึกษาไว้หมดแล้ว ทั้งคุ้มค่า-งบ-เวลาดำเนินการ จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การยืนยันว่า รัฐบาลไม่พับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ดำเนินการตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เห็นว่าการทำ Missing Link
หรือโครงการเชื่อมต่อรถไฟ จะทำให้การดำเนินการสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยความรวดเร็ว แล้วไปปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง ฉะนั้น เมื่อถึงเวลาอันควรและมีความจำเป็น
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือมีความเหมาะสมทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็สามารถนำขึ้นมาปัดฝุ่นได้ตลอดเวลานั้น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน
มีข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันยุทธศาสตร์พัฒนาท่าเรือและโครงข่ายโลจิสติกส์ภาคใต้ แทนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยระบุ ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้
แม้นายกฯบอกว่าจะไม่ล้มเลิก (คิด) โครงการแลนด์บริดจ์ แต่ผลสรุปผลการศึกษาของคณะคุณเอกนิติ สรุปว่า แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า โดยยอมรับว่าโครงการมีความเป็นไปได้ในระดับต่ำ
สถานการณ์ล่าสุด
มีความเสี่ยงด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ภาระงบประมาณ การแข่งขันกับท่าเรือในภูมิภาค ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความเห็นที่ยังแตกต่างของประชาชน อนุทิน บอกยังไม่พับ
โครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมนำมาปัดฝุ่นเมื่อมีความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังระบุว่าหากโครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้เดินหน้าต่อ รัฐบาลมีแนวโน้มผลักดันโครงการ Missing Link ภาคใต้แทน
โดยมุ่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อกับเส้นทางการค้าสู่ภาคเหนือและประเทศจีน เชื่อมโยงท่าเรือฝั่งตะวันออกกับท่าเรือระนอง พร้อมยกระดับท่าเรือระนองให้ใช้ศักยภาพได้เต็มที่
มุมมองและผลกระทบ
ผ่านการพัฒนาโครงข่ายรถไฟและการขนส่งทางบกให้เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ
ทิศทางนี้สะท้อนว่าแม้รัฐบาลเองก็เริ่มเห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาคใต้ไม่จำเป็นต้องผูกอยู่กับโครงการแลนด์บริดจ์เพียงอย่างเดียว
แต่สามารถต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างคุ้มค่าและมีความเสี่ยงต่ำกว่า ซึ่งแนวทางนี้เป็นข้อเสนอที่ดิฉันอภิปรายมาโดยตลอดกว่า 3 ปี
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ว่าประเทศไทยยังมีทางเลือกในการพัฒนาภาคใต้ที่ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้อย่างคุ้มค่ากว่า ใช้งบประมาณน้อยกว่า และสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้ในระยะสั้นและระยะกลาง
จึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันยุทธศาสตร์พัฒนาท่าเรือและโครงข่ายโลจิสติกส์ภาคใต้ แทนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยประกอบด้วย 1.ยกระดับท่าเรือระนอง
ให้เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงเมียนมา เอเชียใต้ และมหาสมุทรอินเดีย ผ่านการขุดลอกร่องน้ำ ปรับผังเมือง พัฒนาโครงข่ายราง ถนน และสนามบิน ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมประมง
แปรรูปอาหารทะเล และไบโอเทคการเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจในพื้นที่ 2.ยกระดับท่าเรือสงขลา ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภาคใต้ตอนล่าง เชื่อม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



