ศุภมาส แถลงจับบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ผนึกตำรวจทลายแหล่งค้าคลองถม ยึด 2 หมื่นชิ้น มูลค่า 8 ล้านบาท จับ 2 ราย
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 17:53อ่าน 3 นาที

วันนี้ (13 สิงหาคม) เวลา 11.30 น. ณ สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าย่านตลาดนัดคลองถมพัฒนา ร่วมกับ พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) ร่วมแถลง ภายหลังชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของ สคบ.
รายละเอียดเพิ่มเติม
บูรณาการกำลังร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เข้าตรวจค้นแหล่งลักลอบจำหน่ายรายใหญ่ในพื้นที่
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน
และกำชับให้ทุกหน่วยงานยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ศุภมาสจึงกำหนดให้การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนโยบายเชิงรุกของ สคบ.
สถานการณ์ล่าสุด
และสั่งการให้จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจขึ้นเป็นการเฉพาะ ทำหน้าที่สืบสวน รวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จนนำมาสู่ปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่นำมาแถลงในวันนี้ สำหรับผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรวม 5 จุด แบ่งเป็นห้องพักและจุดเก็บสินค้าภายในอาคารแฟลตคลองถม 4 จุด และโกดังเก็บสินค้าอีก 1
จุด ซึ่งใช้เป็นทั้งที่พักสินค้าและจุดกระจายสินค้าไปยังหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หัวบรรจุน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
มุมมองและผลกระทบ
และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท เก็บไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้ฝ่าฝืนขายบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่
บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งจะมีโทษตามมาตรา 56/4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถเปรียบเทียบปรับเพื่อระงับคดีได้
“ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินย้ำกับดิฉันเสมอว่าบุหรี่ไฟฟ้ากำลังทำร้ายลูกหลานของเรา ดิฉันจึงขอเรียนย้ำอีกครั้งว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ห้ามขายเด็ดขาด
วันนี้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของ สคบ. พิสูจน์แล้วว่าเราเอาจริง เราไม่รอให้มีเรื่องร้องเรียนแล้วค่อยตามแก้ แต่ตัดวงจรตั้งแต่ต้นทาง ทั้งแหล่งเก็บ แหล่งกระจาย และช่องทางออนไลน์
ใครที่ยังลักลอบขายอยู่ ขอให้ทราบว่าท่านคือเป้าหมายต่อไป” ศุภมาสกล่าว ศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้กำชับให้ขยายผลไปถึงผู้นำเข้า ผู้จัดหา แหล่งเก็บสินค้า ผู้กระจายส…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



