เปิดใจตร.ถูกพาดพิง ยันไม่ใช่ลูกพี่ป๋อง รายงานนายชัดๆ แล้ว ไม่เคยวานเป็นสายข่าว เป็นผู้จับกุมเอง 2 คดี
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 21:03อ่าน 3 นาที

เปิดใจตำรวจถูกพาดพิง!
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ย้ำไม่ใช่ลูกพี่ ‘ไอ้ป๋อง’ เผยเคยจับมาแล้ว 2 คดี ลั่นออกจากคุกก็สั่งเฝ้าระวังทันที’ จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของนายฑณา เกิดทอง หรือป๋อง อายุ 43 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ราย หลังมีกระแสกล่าวอ้างว่าป๋องทำหน้าที่เป็นสายให้ตำรวจ รวมทั้งมีการพาดพิงอดีตตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ อักษรย่อ “ษร” ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ นายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวถึงในกระแสข่าว โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่เคยเรียกใช้งานไอ้ป๋อง และไม่เคยมีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว ตรงกันข้าม กลับเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เคยจับกุมไอ้ป๋องถึง 2 คดี นับตั้งแต่ย้ายมาประจำ สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อปี 2556 คดีแรก กักขังหญิงสาวในบ้านพัก ตำรวจนายดังกล่าวเล่าว่า ช่วงกลางปี 2561 ได้รับการประสานจาก สภ.เมืองพัทยา ให้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกกักขังภายในบ้านพักย่านซอยเนินทราย ต.ห้วยใหญ่ แม้การตรวจค้นครั้งแรกจะไม่พบผู้เสียหาย แต่ระหว่างถอนกำลังกลับ เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงผิดปกติ จึงย้อนกลับเข้าตรวจค้นอีกครั้ง ก่อนพบหญิงสาวซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง มีผ้าขนหนูคลุมใบหน้า และมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายจนใบหน้าบวม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไอ้ป๋องดำเนินคดี แต่วันรุ่งขึ้นผู้เสียหายไม่ประสงค์ดำเนินคดี อ้างว่าเป็นคนรักกัน ทำให้ไอ้ป๋องได้รับการปล่อยตัว คดีที่สอง พยายามฆ่าและอาวุธปืน ตุลาคม 2561 ป๋องก่อเหตุพยายามฆ่าและใช้อาวุธปืน ก่อนหลบหนี ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามตัว พร้อมประสานให้บิดาของผู้ต้องหาช่วยเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว อย่างไรก็ตาม วันที่ 13 ตุลาคม 2561 เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.หนองปรือ สามารถจับกุมป๋องได้ที่ห้องพักในพื้นที่ ต.โป่ง หลังประชาชนแจ้งเหตุสร้างความเดือดร้อน และตรวจสอบพบหมายจับของศาลจังหวัดพัทยาในคดีพยายามฆ่าและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน จึงประสาน สภ.ห้วยใหญ่ รับตัวกลับดำเนินคดี ระหว่างสอบสวน เจ้าหน้าที่พยายามติดตามอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ป๋องอ้างว่านำปืนลูกโม่ขนาด .38 ไปทิ้งทะเลหลังวัดบ้านอำเภอ เจ้าหน้าที่นำกำลังพร้อมนักประดาน้ำและเครื่องตรวจค้นลงพื้นที่ แต่ไม่พบอาวุธปืนตามคำกล่าวอ้าง ตำรวจเปิดเผยว่า ได้พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาเปิดเผยจุดซ่อนอาวุธ โดยหวังให้เกิดประโยชน์ต่อรูปคดี แต่สุดท้ายป๋องยังคงปฏิเสธและไม่ยอมให้ข้อมูล ก่อนถูกดำเนินคดีและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในช่วงปลายปี 2561 พ้นโทษแล้วโทรกลับมา ตำรวจนายดังกล่าวเปิดเผยอีกว่า หลังผ่านไปประมาณ 8 ปี ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 ป๋องได้โทรศัพท์มาหา พร้อมแนะนำตัวว่า “สวัสดีครับพี่ ผมป๋องเอง” เมื่อสอบถามว่า ได้เบอร์โทรศัพท์มาจากไหน ป๋องตอบว่า เป็นเบอร์ที่ตำรวจเคยเขียนทิ้งไว้ให้บิดาเมื่อหลายปีก่อน หลังจากวางสาย ตำรวจได้แจ้งชุดสืบสวนให้จัดทำประวัติป๋องเป็น บุคคลเฝ้าระวัง ทันที เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลอ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



