อดีตนายกสภาทนายความ ยกคำพิพากษาเทียบคดีฆ่าโหด 2 พี่น้องรัสเซีย ไปถึงประหารชีวิตหรือไม่
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 12:53อ่าน 3 นาที

”วิเชียร“ อดีตนายกสภาทนายความยกฎีกา เทียบคดีฆ่าโหด 2 พี่น้องรัสเซีย ชี้ คำรับสารภาพ ไม่ใช่เหตุบรรเทาโทษเสมอไป ศาลไม่ต้องลดโทษก็ได้ 2 สิงหาคม 2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึง กรณีเกิดฆาตกรรมสุดโหดสองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่จังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาและแจ้งข้อหาหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289
ซึ่งมีโทษประหารชีวิต และข้อหาอื่นอีกหลายข้อหา เป็นคดีสะเทือนขวัญที่สังคมให้ความสนใจเป็นอันมาก
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยสังคมส่วนหนึ่งต้องการให้ศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิตและขอให้มีการประหารชีวิตอย่างจริงจัง เพราะประเทศไทยแม้นักโทษที่ศาลมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดให้ประหารชีวิต
แต่การประหารชีวิตนักโทษคนสุดท้ายของประเทศไทยได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับกรณีฆาตกรรมโหดในครั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน
แต่สำหรับในทางกฎหมายนั้นจำเลยอาจให้การปฏิเสธในชั้นศาลก็ได้ หากจำเลยให้การชั้นศาลว่าได้กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้รับผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตัวเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิต
สถานการณ์ล่าสุด
หรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ผู้กระทำผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตัวเองได้บ้างผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น
แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 ศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาตาม พยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นประวัติการรักษาทั้งหมด
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตเวช ผลการตรวจทางนิติจิตเวช รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ
มุมมองและผลกระทบ
กล่าวว่าถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตั้งแต่ในชั้นสอบสวนหรือในชั้นศาล ตามหลักประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ถือว่ามีเหตุบรรเทาโทษอย่างหนึ่ง ศาลจะลดโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิด
แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของศาล มิได้หมายความว่าศาลจะลดโทษเสมอไปทั้งนี้เป็นไปตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2577/2563 คำรับสารภาพของจำเลยอันจะถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
จะต้องเป็นกรณีที่ให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลจึงจะพิจารณาลดโทษที่ลงแก่จำเลยได้ คดีนี้โจทก์มีทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานพฤติเหตุแวดล้อมแน่นหนามั่นคง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่ศาลก็ได้อาศัยพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยและพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลย
อีกทั้งตามรูปคดีที่โจทก์นำสืบก็มีเหตุผลน่าเชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน หาใช่เพราะสำนึกในความผิดไม่
คำรับสารภาพของจำเลยทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาในกรณีเช่นนี้ ไม่ถือว่าเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษอันจะพึงลดโทษให้แก่จำเลยได้
ถ้าศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



