วีระยุทธ ชง 2 ยุทธศาสตร์ ฟื้นศก. เตือน นักลงทุนเสี่ยงย้ายฐาน หากไม่เร่งอุดช่องว่างไฟฟ้าสะอาด
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14:10อ่าน 3 นาที

‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’ จัด Growth Forum ‘วีระยุทธ’ ชง 2 ยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด-ปั้นอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เตือนไทยเสี่ยงเสียทุน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หากไม่เร่งอุดช่องว่างไฟฟ้าสะอาด ชี้ยุค No Green No Growth เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)
การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนา Growth Forum ในหัวข้อ Renew-able Thailand: ฟื้นเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนผ่านพลังงานใหม่ สร้างอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและเวลา ประเทศไทยไม่ควรตื่นตระหนกจนดำเนินนโยบายลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) ทุกรูปแบบอย่างไร้ทิศทาง
แต่ควรใช้วิธีจัดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเสนอ 2 จุดยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการสร้างห่วงโซ่อุปทานเครื่องมือแพทย์ ชี้ต้องไปให้ไกลกว่า Wellness
Center ที่เป็นเพียงบริการปลายน้ำ สู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ลดภาระนำเข้าในยุคสังคมสูงวัย นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อโลกก้าวสู่ยุค No Green No Growth สำหรับประเด็นด้านพลังงานสะอาด
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญจากรายงานการศึกษาในความร่วมมือระหว่างทางวิชาการระหว่าง กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจฯ และโครงการพลังงานสะอาดเข้าถึงได้และมั่นคงสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภายใต้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกติกาการค้าโลกได้เปลี่ยนไป มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมีความเข้มงวดขึ้นจนเข้าสู่ยุค No Green No Growth
หากไม่มีพลังงานสะอาด เศรษฐกิจก็ไม่สามารถเติบโตได้ นายวีระยุทธ กล่าวด้วยว่า จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจกว่า 215 บริษัท รายงานพบว่าข้อจำกัดสำคัญคือช่องว่างไฟฟ้าสะอาด
มุมมองและผลกระทบ
ที่ไทยยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้ ปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสะอาดประมาณ 30 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี แต่ในอีก 4 ปีข้างหน้า ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจะพุ่งสูงถึง
90 หน่วย และจะเพิ่มเป็นเกือบสองเท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า “ หากรัฐบาลไม่เร่งอุดช่องว่างนี้ ไทยอาจสูญเสียโอกาสครั้งใหญ่
นักลงทุนเดิมที่มีศักยภาพอาจตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นที่พร้อมกว่า ขณะเดียวกัน ทุนใหม่ที่มีคุณภาพก็จะไม่เข้ามาลงทุน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ส่งผลให้เหลือเพียงกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานฟอสซิลและไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเข้ามาแย่งพื้นที่ลงทุนแทน ” นายวีระยุทธ กล่าว นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า
นโยบายต้องคราฟต์ตามความต้องการที่แตกต่างกัน อีกประเด็นที่เราให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดียวกับทุกอุตสาหกรรมได้ นโยบายของรัฐจำเป็นต้องมีการคราฟต์
โดยออกแบบให้สอดรับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่เป็นกลุ่ม SME อาจต้องการช่องทางการเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดที่หลากหลาย
ในขณะที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งใช้พลังงานสูง ต้องการไฟฟ้าสะอาดในปริมาณมากและม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



