เปิดใจตำรวจถูกพาดพิง ลั่น “ผมไม่ใช่ลูกพี่ไอ้ป๋อง” เผยเคยจับมาแล้ว 2 คดี
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 19:30อ่าน 3 นาที

เปิดใจตำรวจถูกพาดพิง ลั่น “ผมไม่ใช่ลูกพี่ไอ้ป๋อง” เผยเคยจับมาแล้ว 2 คดี เผยตอนออกมาจากคุกก็สั่งเฝ้าระวังทันที แจงภาพกอด โทรคุยกัน
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จากกรณีที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของ นายฑณา หรือป๋อง อายุ 43 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ราย หลังมีกระแสกล่าวอ้างว่า “ป๋อง”
ทำหน้าที่เป็นสายให้ตำรวจ รวมทั้งมีการพาดพิงอดีตตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ อักษรย่อ “ษ.” ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น อ่านข่าว เปิดใจ พยานสำคัญ เกือบจบชีวิตเพราะคดี
รายละเอียดเพิ่มเติม
“ป๋อง-ธง” ฆ่าฝังดิน 5 ศพ ล่าสุดวันที่ 5 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ นายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวถึงในกระแสข่าว โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่เคยเรียกใช้งาน ป๋อง
และไม่เคยมีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว ตรงกันข้าม กลับเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เคยจับกุม ป๋อง ถึง 2 คดี นับตั้งแต่ย้ายมาประจำ สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อปี 2556 คดีแรก ช่วงกลางปี 2561
ได้รับการประสานจาก สภ.เมืองพัทยา ให้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกกักขังภายในบ้านพักย่านซอยเนินทราย ต.ห้วยใหญ่ แม้การตรวจค้นครั้งแรกจะไม่พบผู้เสียหาย แต่ระหว่างถอนกำลังกลับ
สถานการณ์ล่าสุด
ก็ได้ยินเสียงผิดปกติ จึงย้อนกลับเข้าตรวจค้นอีกครั้ง ก่อนพบหญิงสาวซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง มีผ้าขนหนูคลุมใบหน้า และมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายจนใบหน้าบวม จึงควบคุมตัวป๋องไปดำเนินคดี
แต่วันรุ่งขึ้นผู้เสียหายไม่ประสงค์ดำเนินคดี โดยอ้างว่าเป็นคนรักกัน ทำให้ป๋องได้รับการปล่อยตัว ต่อมาเดือน ต.ค.61 ป๋องก่อเหตุพยายามฆ่าและใช้อาวุธปืน ก่อนหลบหนี
ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามตัว พร้อมประสานให้พ่อช่วยเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว จากนั้นวันที่ 13 ต.ค. ตำรวจสายตรวจ สภ.หนองปรือ สามารถจับกุมป๋องได้ที่ห้องพักในพื้นที่ ต.โป่ง
มุมมองและผลกระทบ
หลังประชาชนแจ้งเหตุสร้างความเดือดร้อน และตรวจสอบพบหมายจับของศาลจังหวัดพัทยาในคดีพยายามฆ่าและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน จึงประสาน สภ.ห้วยใหญ่ รับตัวกลับดำเนินคดี ระหว่างสอบสวน
เจ้าหน้าที่พยายามติดตามอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยป๋องอ้างว่านำปืนลูกโม่ขนาด .38 ไปทิ้งทะเลหลังวัดบ้านอำเภอ เจ้าหน้าที่นำกำลังพร้อมนักประดาน้ำและเครื่องตรวจค้นลงพื้นที่
แต่ไม่พบอาวุธปืนตามคำกล่าวอ้าง จึงพยายามกล่อมให้ป๋องเปิดเผยจุดซ่อนอาวุธ โดยหวังให้เกิดประโยชน์ต่อรูปคดี แต่สุดท้ายป๋องยังคงปฏิเสธและไม่ยอมให้ข้อมูล
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก่อนถูกดำเนินคดีและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในช่วงปลายปี 2561 หลังผ่านไปประมาณ 8 ปี ช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ป๋องก็โทรศัพท์มาหา พร้อมแนะนำตัวว่า “สวัสดีครับพี่ ผมป๋องเอง”
เมื่อสอบถามว่าได้เบอร์โทรศัพท์มาจากไหน ป๋องตอบว่าเป็นเบอร์ที่ตำรวจเคยเขียนทิ้งไว้ให้พ่อเมื่อหลายปีก่อน หลังจากวางสาย ตนจึงแจ้งชุดสืบสวนให้จัดทำประวัติป๋องเป็น บุคคลเฝ้าระวังทันที
เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลอันตราย และเกรงว่าจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องภาพการพบปะและการติดต่อทางโทรศัพท์กับป๋องนั้น ขอยืนยันว่า เกิดขึ้นระหว่างปฏิ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



