ข้ามไปยังเนื้อหา

อายิโนะโมะโต๊ะเผยพฤติกรรมคนไทย 2 ใน 3 เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ เป็นเหตุให้ต้องตรึงราคา-คุมเข้มต้นทุนสินค้า

อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:43อ่าน 3 นาที

อายิโนะโมะโต๊ะเผยพฤติกรรมคนไทย 2 ใน 3 เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ เป็นเหตุให้ต้องตรึงราคา-คุมเข้มต้นทุนสินค้า
แชร์ข่าวนี้

อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย เผยภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมา มีรายได้รวมราว 34,000 ล้านบาท มีแนวโน้มโตต่อเนื่อง

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

โดยสินค้าเรือธงยังเป็นเครื่องปรุงรสกลุ่มรสดีที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 90% ตามด้วย ผงชูรส ที่ถือส่วนแบ่งตลาดราว 80% และกาแฟกระป๋องภายใต้แบรนด์เบอร์ดี้มีส่วนแบ่งตลาดราว 50%

สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ต่างๆของบริษัทยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง ซาโตชิ อุตากาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า

รายละเอียดเพิ่มเติม

ภายใต้สภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ภาพรวมบริษัทในครึ่งปีแรกมีความท้าทายคล้ายๆ กับอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นถึง 30–50% ตลอดจนต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างแป้งมันสำปะหลังซึ่งใช้ในการผลิตผงชูรสก็มีการขึ้นราคาในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด

เพื่อรับมือกับปัจจัยดังกล่าว บริษัทจึงนำมาตรการลดภาระต้นทุนมาใช้หลายด้าน เริ่มตั้งแต่การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ตามด้วยการควบคุมการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์ล่าสุด

และบริหารจัดการด้านการขนส่ง รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเสริมกระบวนการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานทั้งห่วงโซ่มีความคล่องตัวและคุ้มค่ามากขึ้น เมื่อมองไปข้างหน้า

ซาโตชิเน้นว่า ตลาดประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของอายิโนะโมะโต๊ะ แต่ต้องจับตามองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยพบว่าผู้บริโภคประมาณ 2 ใน 3

คนเริ่มเปรียบเทียบราคาเป็นปัจจัยก่อนตัดสินใจซื้อ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น

มุมมองและผลกระทบ

ดังนั้นบริษัทจึงยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดกาแฟที่มีการแข่งขันสูง

บริษัทจะเน้นสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์เบอร์ดี้เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจกาแฟ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายไปยังกลุ่มธุรกิจใหม่ ได้แก่ อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ อาหารแช่แข็ง

และอาหารเสริม ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักจากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ สำหรับประเด็นราคาสินค้า

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ซาโตชิยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทอาจต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษาคุณภาพและให้สามารถจัดหาสินค้าเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม

บริษัทจะพยายามตรึงราคาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค อีกหนึ่งแนวทางที่บริษัทให้การสนับสนุนคือการช่วยยกระดับร้านอาหารและสตรีทฟู้ดไทย

ผ่านการเปิดตัวโครงการ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน’ ซึ่งเป็นพันธกิจใหม่ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้กับร้านอาหารและพ่อครัวแม่ครัวทั่วประเทศ จุดเด่นของโครงการนี้คือช่วยลดต้นทุน

ลดขั้นตอนการทำอาหาร และประหยัดเวลา เนื่องจากปัจจุบันเกือบ 50% ของคนไทยบริโภคอาหารพร้อมทานจากร้านอาหารทั้งในรูปแบบการนั่งทาน ซื้อกลับบ้าน และเดลิเวอรี ท้ายที่สุด มร.ซาโตชิย้ำว่า

บริษัทตั้งเป้า…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · อายิโนะโมะโต๊ะเผยพฤติกรรมคนไทย 2 ใน 3 เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ เป็นเหตุให้ต้องตรึงราคา-คุมเข้มต้นทุนสินค้า
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง