รวบคนไทย ขี่จยย.พา 2 ชายจีน-มาเลย์ ลักลอบข้ามแดนจากกัมพูชา ส่งตัวดำเนินคดี
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 08:50อ่าน 3 นาที

ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินจันทบุรี สกัดจับคนไทยขี่ จยย.พาชายจีนและมาเลเซีย ลักลอบข้ามแดนจากกัมพูชา คุมตัวทำบันทึกตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ส่งดำเนินคดีเบ็ดเสร็จ เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
29 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดย ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 (ชค.ทพ.นย.2) นำโดยกำลังพลจาก หมวดทหารพรานนาวิกโยธินคลองตาดำ
(มว.ทพ.นย.คลองตาดำฯ) ได้ออกทำการลาดตระเวนเฝ้าระวังพื้นที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายและการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนมาถึงบริเวณใกล้ ฐานปฏิบัติการที่ 3 หมู่ 5 ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย กำลังเดินทางซุ่มซ่อนเข้ามาในพื้นที่
เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการขอตรวจค้นและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด รวม 3 ราย ประกอบด้วย ชายสัญชาติจีน 1 ราย, ชายสัญชาติมาเลเซีย 1 ราย และผู้นำพาซึ่งเป็นชายชาวไทย 1 ราย
นาทีรวบตัว-ตรวจเข้มพร้อมดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน เจ้าหน้าที่ได้มีการบันทึกเหตุการณ์ เผยให้เห็นพฤติกรรมและมาตรการขั้นตอนการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ในขณะสกัดจับกลางดึก
สถานการณ์ล่าสุด
เจ้าหน้าที่ทหารพรานพร้อมอาวุธครบมือ สกัดจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ริมถนนในพื้นที่ชายแดนขณะกำลังเดินทาง โดยพบพาหนะที่ใช้ในการนำพาเป็น รถจักรยานยนต์แบบพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ สีขาว
ซึ่งผู้นำพาชาวไทยใช้ขี่มารับต่างชาติทั้งสองรายเพื่อเตรียมพาลักลอบเดินทางต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปยังกองร้อยเพื่อสอบสวนเบื้องต้น โดยมีการลงทะเบียน
บันทึกข้อมูลพยานหลักฐาน ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาต่างชาติเพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์
มุมมองและผลกระทบ
หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังโดนกวาดล้างอย่างหนัก ขณะคุมตัวได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมายและมนุษยธรรม โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้จัดหาอาหารจานด่วน (ก๋วยเตี๋ยว)
และน้ำดื่มให้แก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้รับประทาน เพื่อดูแลด้านมนุษยธรรมอย่างเหมาะสม จากนั้นได้ประสาน ตม. และตำรวจท้องที่เดินทางมาร่วมสอบปากคำและตรวจสอบเอกสาร
ก่อนจะมีการบันทึกภาพรวมบริเวณหน้าเสาธงของหน่วยงานเพื่อยืนยันการควบคุมตัว ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมทั้งดำเนินการจัดทำ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
บันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ) อย่างเคร่งครัด
เพื่อความโปร่งใสและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกจับกุม จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง (สภ.บ้านแปลง) อำเภอโป่งน้ำร้อน
จังหวัดจันทบุรี เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา โดยต่างชาติ 2 ราย ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนผู้นำพาชาวไทย ถูกแจ้งข้อหา
“ให้การช่วย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



