กัลฟ์ ประกาศผลกำไรไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.2 หมื่นล้าน เติบโต 74%
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 18:35อ่าน 3 นาที

GULF รับรู้ Core Profit ไตรมาส 2/2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จำนวน 12,332 ล้านบาท เติบโต 74% YoY จากธุรกิจพลังงาน และส่วนแบ่งกำไรจาก AIS บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ประเด็นสำคัญ
(“บริษัทฯ”) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม (total revenue) อยู่ที่ 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จาก 40,617 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 และมีกำไรจากการดำเนินงาน (core
profit) อยู่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จาก 7,101 ล้านบาท ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD)
ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD มีกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมของประเทศที่สูงขึ้น โดย GSRC มี load factor เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 70% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 81% ในไตรมาส 2/2569 ในขณะที่ GPD มี load factor
สถานการณ์ล่าสุด
เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 75% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 77% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากกลุ่ม GJP จำนวน 550 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 10% จาก 500
ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 เนื่องจากโครงการ IPP ทั้ง 2 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย (GUT) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง (GNS) มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้น โดย
GUT มี load factor เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 5% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 46% ในไตรมาสนี้ และ GNS มี load factor เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 19% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 66% ในไตรมาสนี้ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้า
มุมมองและผลกระทบ
SPP 19 แห่งภายใต้กลุ่ม GMP และ GJP มีกำไรลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 317 บาทต่อล้านบีทียู ในไตรมาส 2/2568 เป็น 363 บาทต่อล้านบีทียู
ในไตรมาส 2/2569 สวนทางกับค่า Ft เฉลี่ย ที่ปรับลดลงจาก 0.2539 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงในไตรมาส 2/2568 เป็น 0.1406 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม
ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของทั้งสองกลุ่มโรงไฟฟ้ายังคงเพิ่มขึ้น โดยโรงไฟฟ้า SPP 7 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP มี load factor เฉลี่ยของลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจาก 61%
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ในไตรมาส 2/2568 เป็น 64% ในไตรมาสนี้ ขณะที่โรงไฟฟ้า SPP 12 โครงการภายใต้กลุ่ม GMP มี load factor เพิ่มขึ้นจาก 55% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 57% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ
ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 269 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเพิ่มขึ้น 101% จาก 134 ล้านบาท
ในไตรมาส 2/2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



