ครม. เห็นชอบ ร่างกม. 2 ฉบับ เปิดทางศาลแรงงานพิจารณาคดีอาญา ครอบคลุมกฎหมาย 11 ฉบับ
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 17:53อ่าน 3 นาที

ครม.เห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เปิดทางศาลแรงงานพิจารณาคดีอาญา ครอบคลุมกฎหมาย 11 ฉบับ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่
ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ. … และ ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. …
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงานให้มีความเหมาะสม รวดเร็ว และเป็นธรรมมากขึ้น นางสาวลลิดา กล่าวว่า
ปัจจุบันศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาคดีแรงงานในส่วนที่ไม่รวมคดีอาญา ทำให้เมื่อข้อพิพาทเรื่องเดียวกันมีทั้งส่วนที่เป็นคดีแรงงานและความผิดอาญาตามกฎหมายแรงงาน
คู่ความอาจต้องดำเนินกระบวนพิจารณาแยกกันคนละศาล ร่างกฎหมายครั้งนี้ จึงกำหนดให้ศาลแรงงานสามารถพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานได้
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อให้คดีได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานโดยตรง และช่วยลดภาระจากการดำเนินคดีแยกกัน นางสาวลลิดา กล่าวว่า
สำหรับขอบเขตคดีอาญาที่จะอยู่ในอำนาจศาลแรงงาน ครอบคลุมความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน 11 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน การคุ้มครองแรงงาน
การคุ้มครองแรงงานในงานประมง การจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การประกันสังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เงินทดแทน
มุมมองและผลกระทบ
แรงงานทางทะเล แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และแรงงานสัมพันธ์ รวมถึงกฎหมายอื่นที่อาจกำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้
คดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวจะไม่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน “สาระสำคัญของการแก้กฎหมายครั้งนี้
คือทำให้คดีอาญาที่เกิดจากกฎหมายแรงงานสามารถเข้าสู่ศาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านแรงงานได้โดยตรง จากเดิมที่คดีแรงงานส่วนแพ่งกับส่วนอาญาต้องแยกดำเนินการคนละศาล
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาข้อเท็จจริงและบริบทความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างมีความต่อเนื่องมากขึ้น และลดภาระของคู่ความในกระบวนการยุติธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว นางสาวลลิดา กล่าวว่า
ร่างกฎหมายยังวางหลักสำหรับกรณีที่คดีหนึ่งมีความผิดหลายข้อหา หากเป็นการกระทำครั้งเดียวที่ผิดกฎหมายหลายบท และมีความผิดอย่างน้อยหนึ่งบทอยู่ในอำนาจศาลแรงงาน
ศาลแรงงานสามารถพิจารณาความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยได้ ส่วนกรณีมีหลายการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน ศาลแรงงานสามารถพิจารณารวมกันหรือแยกคดีไปยังศาลที่มีอำนาจได้
โดยคำนึงถึงความสะดวกและประโยชน์แห่งความยุติธรรมเป็นสำคัญ นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับกระบวนพิจารณาคดีอาญา
จะใช้หลักตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง แล้วแต่กรณี ขณะที่การอุทธรณ์คำพิพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



