ไทยช่วยไทย พลัส 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 1.1แสนล้าน ใช้สิทธิครบ1,000 บาท 1.9 ล้านคน
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 21:25อ่าน 2 นาที

วันนี้ (13 ส.ค.2569) กระทรวงการคลัง เปิดเผยการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งมีประชาชนได้รับสิทธิตามโครงการฯ 26.04 ล้านราย หลังดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ถึง 12
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ส.ค.2569 พบว่าข้อมูลถึงวันที่ 12 ส.ค.2569 เวลา 23.00 น. มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากแล้ว 111,880 ล้านบาท มีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 26,040,623 ราย
และมีร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จ 1,099,805 ร้านค้า สำหรับยอดใช้จ่ายแบ่งเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 64,350 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 47,530 ล้านบาท จำนวนผู้ที่ใช้จ่ายสิทธิครบ 1,000 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม
มีจำนวน 1,946,298 คน ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 96.6 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนการใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery
Platform) ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการที่ ครม. อนุมัติเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยใช้รูปแบบรัฐร่วมจ่ายร้อยละ 60
และประชาชนร่วมจ่ายร้อยละ 40 นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้แอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ซึ่งมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ทั้งด้านต้นทุน
สถานการณ์ล่าสุด
สินค้าคงคลัง สภาพคล่อง และยอดขาย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกิจการ รวมถึงสร้างข้อมูลทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคต สำหรับผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ
ยังสามารถใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2569 โดยภาครัฐร่วมจ่าย ร้อยละ 60 ของค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่ร่วมรายการ ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่วงเงินคงเหลือในแต่ละเดือน จะไม่สามารถนำไปใช้ต่อในเดือนถัดไปได้ จึงขอให้วางแผนการใช้สิทธิให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด อ่านข่าว: "เอกนิติ"
มุมมองและผลกระทบ
แจงเงินกู้ 2 แสนล้านเน้นเปลี่ยนผ่านพลังงาน - รอประเมินไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 "ไทยช่วยไทย พลัส" ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 86,000 ล้าน ดึงร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น ใช้ไทยช่วยไทยพลัส
ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



