2 รมช.มหาดไทย เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีเกาะพะงัน สแกน 104 บริษัท 124 แปลงที่ดิน สั่งจบภายใน 30 วัน
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 17:47อ่าน 3 นาที

วันนี้ (14 สิงหาคม) เวลา 09.30 น. ที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พลพีร์ สุวรรณฉวี และ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบปัญหาการถือครองที่ดินผ่านนอมินี รวมถึงธุรกิจผิดกฎหมาย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งกรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ
ตรวจคนเข้าเมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พลพีร์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีเคยลงพื้นที่เกาะพะงันเมื่อ 2-3 เดือนก่อน
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ปัญหาหลายเรื่องยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องลงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะปัญหานอมินี ทุนเทา แรงงานต่างด้าว และการจดทะเบียนนิติบุคคล จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบ 104
บริษัทที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติมากกว่าคนไทย และเกี่ยวข้องกับที่ดินรวม 124 แปลง โดยจะตรวจสอบทั้งโครงสร้างการถือหุ้นและที่ดินทุกแปลง
หากพบการถือครองผิดกฎหมายจะดำเนินการตามขั้นตอนทันที ส่วนบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่าคนไทยก็จะตรวจสอบต่อว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือไม่ พร้อมกำหนดกรอบเวลา 30
สถานการณ์ล่าสุด
วันให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จ พลพีร์ย้ำว่า จะไม่ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาใช้คนไทยเป็นตัวแทนเพื่อครอบครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบเส้นทางการถือครองที่ดินหลังมีการจำหน่ายด้วย เพื่อป้องกันการใช้บริษัทลูกหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกลับเข้ามาซื้อที่ดินแปลงเดิมและหลีกเลี่ยงกฎหมาย นอกจากนี้
ยังสั่งตรวจสอบโรงแรมและรีสอร์ตที่อาจไม่มีใบอนุญาต รวมถึงสถานประกอบการที่ไม่รายงานข้อมูลผู้เข้าพักตามกฎหมาย
มุมมองและผลกระทบ
ตลอดจนให้กรมที่ดินและหน่วยงานด้านป่าไม้ตรวจสอบโฉนดที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวเขตป่า หลังพบข้อสงสัยว่าบางแห่งอาจขยายสิ่งปลูกสร้างเข้าไปในพื้นที่ป่าภายหลัง ด้านวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องการนำ
‘ภูเก็ตโมเดล’ มาปรับใช้กับเกาะพะงัน โดยสำรวจโรงแรมทั้งหมดว่าแห่งใดมีใบอนุญาตถูกต้อง และแห่งใดติดขัดข้อกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุมอาคาร หรือกฎกระทรวง
เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าแห่งใดสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ และแห่งใดต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมมองว่าการนำธุรกิจเข้าสู่ระบบจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ภาครัฐและท้องถิ่น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สำหรับสถานการณ์แรงงานต่างด้าว นายอำเภอเกาะพะงันรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 มีการดำเนินคดีกับชาวอิสราเอลแล้วกว่า 107 คดี ครอบคลุมยาเสพติด ตรวจคนเข้าเมือง แรงงานต่างด้าว
และธุรกิจนอมินี รวมถึงกรณีโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ‘อาร์กิ คิดส์’ ต่อมาเวลา 15.00 น. พลพีร์เปิดเผยผลการลงพื้นที่ว่า หนึ่งในเป้าหมายเป็นธุรกิจโรงแรมที่เปิดมาประมาณ 4 ปี
แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม แม้เบื้องต้นพบว่าคนไทยถือหุ้นมากกว่าต่างชาติ แต่เมื่อตรวจโครงสร้างบริษัทพบการถือหุ้นไขว้ระหว่างบริษัทอีก 3-4 แห่ง
และคนไทยรายเดียวกันยังเป็นกรรมการในอีก 9 บริษัท จึงสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายนอมินีหรือไม่ นอกจากกล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



