ตร.ชี้ปมเด็กกราดยิง หลายปัจจัยเชื่อมโยงพบศึกษาข้อมูลปืนในออนไลน์เกือบ 2 ปี
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 14:08อ่าน 3 นาที

รอง ผบช.ภ.1เรียกประชุมคณะทำงานคดี ม.3กราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เผยสอบปากคำพยานไปแล้ว 17 ปาก ชี้ชนวนเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องครอบครัว มีปัญหากับเพื่อน เสพสื่อโซเชียล
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พบเคยสั่งซื้อปืนบีบีกันทางออนไลน์มาโรงเรียนแต่ถูกครูยึด เร่งตรวจสอบมือถือ-คอมพิวเตอร์ โยงเหตุสลด 9 ส.ค.2569 – ที่ สภ.ปลายบาง พล.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ถ.1) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี(ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) , พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี
รายละเอียดเพิ่มเติม
ร่วมกันแถลงข่าวสรุปความคืบหน้าทางคดีอย่างเป็นทางการ กรณีเหตุการณ์โศกนาฏกรรมรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พล.ต.อ.อรรถพล รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า
ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วทั้งสิ้น 17 ปาก พร้อมทั้งรวบรวมพยานวัตถุในที่เกิดเหตุ ได้แก่ อาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ซองบรรจุกระสุน
โทรศัพท์มือถือทั้งเครื่องเก่าและเครื่องใหม่ รวมไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของผู้ก่อเหตุ ส่งไปตรวจวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ณ กองพิสูจน์หลักฐานเรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์ล่าสุด
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ก่อเหตุชอบสะสมมีดนั้น จากการตรวจค้นพบเพียงมีดสั้นที่พกติดตัวใส่กระเป๋ามาโรงเรียนในวันเกิดเหตุเท่านั้น พล.ต.อ.อรรถพล ระบุว่า
สำหรับประเด็นสำคัญเรื่องแรงจูงใจและสาเหตุของการก่อเหตุ พล.ต.อ.อรรถพล ระบุว่า การสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพิสูจน์ความผิด แต่ต้องการหาต้นตอสาเหตุที่แท้จริง
ซึ่งจากการประมวลพยานหลักฐานและคำให้การพบว่า เกิดจากหลากหลายปัจจัยสั่งสมประกอบกัน ทั้งปัญหาครอบครัวเนื่องจากบิดามารดาเลิกรากันตั้งแต่ผู้ก่อเหตุอายุได้เพียง 2 ขวบ
มุมมองและผลกระทบ
และต้องอาศัยอยู่กับปู่และย่ามานานกว่า 12 ปี ประกอบกับปัญหาการเรียน ปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อน และการเสพสื่อโซเชียลมีเดียที่มีเนื้อหารุนแรง รอง ผบช.ภ.1 เผยอีกว่า นอกจากนี้
จากการตรวจวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ พบว่า เริ่มมีความสนใจและศึกษาวิธีการใช้อาวุธปืนผ่านสื่อออนไลน์มานานประมาณ 1–2 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม
จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุไม่เคยเข้าใช้บริการหรือฝึกซ้อมยิงปืนในสนามยิงปืนแต่อย่างใด แต่พบประวัติว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเคยสั่งซื้อปืนบีบีกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและพกพามาโรงเรียนจนถูกครูยึดไว้ ส่วนกรณีของครูผู้สอนวิชาภาษาไทยนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประสานงานติดตามให้เข้าพบพนักงานสอบสวน พล.ต.อ.อรรถพล
ได้กล่าวเน้นย้ำไปถึงผู้ปกครองและครูอาจารย์ว่า ขอให้ช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมและรับฟังเด็กให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียประเภทความรุนแรง
พร้อมทั้งวิงวอนสื่อมวลชนและประชาชนบนโลกออนไลน์ ขอให้งดการนำเสนอหรือแชร์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำๆ เพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลทางจิตใจแก่ผู้สูญเสีย และช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น
ความปลอดภัย ให้ครูและนักเรียนสามารถกลับมาเรียนหนังสือได้อย่างอุ่นใจ พล.ต.อ.อรรถพล ระบุ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



