จีนกับสังคมสูงวัยและการปฏิรูปบำนาญ 2
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 12:30อ่าน 3 นาที

จีนกับสังคมสูงวัยและการปฏิรูปบำนาญ 2 ในฉบับวันที่ 17 ก.ค.2569 ผู้เขียนได้เล่าถึงสถานการณ์สังคมสูงวัยในประเทศจีนไปและได้ผลัดเรื่องการปฏิรูปบำนาญของจีนไว้ วันนี้จึงขอส่งการบ้าน
ประเด็นสำคัญ
ความเดิม ปัญหาสำคัญของสังคมสูงวัยในจีนคือกองทุนบำนาญกำลังล่มสลายและเสี่ยงต่อการหมดตัวในปี 2578 ถ้าไม่รีบแก้ปัญหา
นอกจากนั้นแล้วการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรังจำนวนมากทำให้ระบบการแพทย์ประสบภาระหนัก ขณะที่ระบบประกันสังคมของจีนให้แรงงานชายเกษียณอายุที่ 60 ปี แรงงานหญิงประเภทใช้แรงงานที่
รายละเอียดเพิ่มเติม
50 ปี และแรงงานหญิงประเภททำงานสำนักงานที่ 55 ปีทำให้ต้องจ่ายบำนาญเร็วเกินไป รวมทั้งเงินสมทบประกันสังคมเริ่มลดลงมาหลายปีแล้วทำให้กองทุนบำนาญต้องประสบปัญหาการขาดดุลอย่างรุนแรง ในปี
2564 กองทุนบำนาญของจีนเริ่มติดลบประมาณ 3,770 พันล้านบาท ขณะที่แรงงานของจีนกำลังหดตัวและมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นอุตสาหกรรมหนักและนวัตกรรมของจีน กล่าวง่ายๆ
คือปัญหาสังคมสูงวัยกระทบกองทุนบำนาญของจีน 3 เด้ง คือ หนึ่ง จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น สอง ผู้สูงอายุแต่ละคนมีชีวิตอยู่นานขึ้นกว่าเดิม และสาม
สถานการณ์ล่าสุด
คนเกิดใหม่น้อยลงทำให้กระแสเงินสมทบกองทุนลดน้อยลง ณ สิ้นปี 2567 จีนมีผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) กว่า 310 ล้านคน ขณะที่มีผู้ได้รับบำนาญอยู่รวมทั้งสิ้น 327.8 ล้านคน
มากกว่าจำนวนผู้สูงอายุ 17.8 ล้านคนเนื่องจากในระบบจีนผู้รับบำนาญส่วนนี้ได้รับบำนาญก่อนอายุ 60 ใน 3 กรณี คือ (1) Early Retirement สำหรับผู้หญิง (2) Early Retirement
สำหรับผู้มีอาชีพอันตรายหรือพิการ และ (3) ทายาทมรดกตกทอด สำหรับงบประมาณบำนาญ ในปี 2567 เฉพาะระบบพื้นฐาน 2 โครงการคือ (1) โครงการบำนาญผู้พำนักอาศัยทั้งชนบทและในเมือง (Resident
มุมมองและผลกระทบ
Pension Scheme: RPS) ประมาณ 532,200 ล้านหยวน หรือ 2.5 ล้านล้านบาท และ (2) โครงการบำนาญลูกจ้างรัฐและเอกชนในเมือง (Urban Employees Pension Scheme: UEPS) 6.80 ล้านล้านหยวน หรือ 32
ล้านล้านบาท (1 หยวน = 4.7 บาทในปี 2567) รวมงบประมาณระบบบำนาญพื้นฐานเป็น 34.5 ล้านล้านบาท (ประมาณ 9 เท่าของงบประมาณของไทยปี 2569 (3.78 ล้านล้านบาท)) ทั้งนี้
ไม่นับงบประมาณสิทธิประโยชน์กรณีอื่นที่ไม่เกี่ยวกับบำนาญ IMF (2569) คำนวณว่าสังคมสูงวัยของจีนจะชะลอการขยายตัวของ GDP ประมาณร้อยละ 2 ระหว่างปี 2567-2593
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และการจ่ายเงินบำนาญจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ของ GDP ขณะที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน (Chinese Academy of Science: CAS) ทำนายว่ากองทุนบำนาญลูกจ้างในเมืองจะหมดเกลี้ยงในปี 2578
จีนจึงจำเป็นต้องรีบปฏิรูประบบบำนาญ การปฏิรูประบบบำนาญของจีนในปัจจุบันที่สำคัญมี 3 ส่วน คือ หนึ่ง การพัฒนาระบบบำนาญหลายเสาหลัก (Multi-Pillar Development) สอง การขยายอายุเกษียณ
และสาม การขยายระยะเวลาส่งเงินสมทบเพื่อให้เก็บเงินสมทบได้มากขึ้น กล่าวโดยย่อดังนี้ ส่วนที่หนึ่ง การพัฒนาระบบบำนาญหลายเสาหลัก ปัจจุบันจีนได้ปฏิรูประบบบำนาญให้เป็นระบบหลายเสาหลัก
(Multi-Pillar system) ประกอบด้วย 3 ระบ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



