ข้ามไปยังเนื้อหา

ต่างด้าวลักลอบอาชีพสงวนพุ่ง 19.3% สศช.ห่วงกระทบตลาดแรงงาน

อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 21:02อ่าน 3 นาที

ต่างด้าวลักลอบอาชีพสงวนพุ่ง 19.3%  สศช.ห่วงกระทบตลาดแรงงาน
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ ( 24 ส.ค.2569) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสสอง ปี 2569 ว่า

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ขณะนี้มีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญด้านแรงงาน คือ การลักลอบประกอบอาชีพสงวนของแรงงานข้ามชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ซึ่งกรมการจัดหางานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานข้ามชาติทั่วประเทศในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2568 ถึง 28 พ.ค. 2569

รายละเอียดเพิ่มเติม

จากการตรวจสอบพบการทำงานผิดกฎหมายแล้ว 3,217 ราย ในจำนวนนี้เป็นการลักลอบประกอบอาชีพสงวนถึง 1,053 ราย อาทิ งานเร่ขายสินค้า งานนวดไทย งานตัดผม งานเสริมสวย และงานขับขี่ยานพาหนะ

ซึ่งเพิ่มขึ้น 19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของแรงงานข้ามชาติ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายกับนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย

และแรงงานข้ามชาติที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือประกอบอาชีพสงวน พร้อมเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10

สถานการณ์ล่าสุด

หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2 นอกจากนี้ สศช. ให้ความสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมาตรา 126 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

เพื่อเป็นเงินก้อนให้แก่ลูกจ้างเมื่อออกจากงานในทุกกรณี โดยมาจากการร่วมส่งเงินสมทบระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10

คนขึ้นไปและไม่มีการจัดสวัสดิการในลักษณะเดียวกันตามกฎหมายอื่น เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม

มุมมองและผลกระทบ

สศช. คาดว่าในปี 2569 จะมีสถานประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องนำส่งเงินสมทบกว่า 107,000 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 80.7 ของสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ครอบคลุมลูกจ้างราว 5.7

ล้านคน อย่างไรก็ตาม ลูกจ้างจำนวนหนึ่งยังไม่ทราบถึงสิทธิประโยชน์ของกองทุนฯ สำหรับความเสี่ยงต่อการจ้างงานในภาคเกษตรจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ระบุว่า

ไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเป็นซูเปอร์เอลนีโญในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาภัยแล้งจากปริมาณฝนที่ลดลงและฝนทิ้งช่วงยาวนานขึ้น

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

โดยรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรในช่วงระหว่างวันที่ 1 เม.ย. ถึง 9 ก.ค. 2569 พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้ว 5 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่เกษตร 8,646 ไร่ และเกษตรกร

4,453 ราย ดังนั้นควรเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผลกระทบต่อแรงงานภาคเกษตร ส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่มีตลาดรองรับ

และในระยะยาวควรพัฒนาพันธุ์พืชทนแล้งควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อรายได้และการจ้างงานของแรงงานในภาคเกษตรกรรมในระยะต่อไป อ่านข่าว:

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · ต่างด้าวลักลอบอาชีพสงวนพุ่ง 19.3% สศช.ห่วงกระทบตลาดแรงงาน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง