อินฟานติโน่ขีดเส้นตาย 19 ก.ย. ให้ชาติสมาชิกตัดสินใจเรื่องขายหุ้นฟุตบอลโลก หลังโดนจวกยับ
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:31อ่าน 3 นาที

อินฟานติโน่ขีดเส้นตาย 19 ก.ย. ให้ชาติสมาชิกตัดสินใจเรื่องขายหุ้นฟุตบอลโลก หลังโดนจวกยับ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กำหนดเส้นตายวันที่ 19 กันยายน
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ให้สมาคมและสหพันธ์ฟุตบอล 211 ชาติสมาชิกตัดสินใจเกี่ยวกับการสนับสนุนแผนงานการสร้างหุ้นฟุตบอลโลกและอีเวนต์อื่นๆ ในความดูแลของสหพันธ์ มูลค่ารวม 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (660,000 ล้านบาท)
และแบ่งขายหุ้นให้นักลงทุนภายนอกสูงสุดไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่าสูงสุด 4,200 ดอลลาร์สหรัฐ (138,600 ล้านบาท)
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมคำมั่นว่าสมาคมและสหพันธ์ฟุตบอลแต่ละชาติจะได้รับเงินสนับสนุนจากแผนงานนี้สูงสุดได้ถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,320 ล้านบาท) แบ่งเป็นเงินอุดหนุนผ่านกองทุน “ฟาสต์
ฟอร์เวิร์ด” 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (660 ล้านบาท) ที่จ่ายก้อนแรกครั้งเดียว จากนั้นจะจ่ายอีกก้อน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกรอบเวลาระหว่างปี 2027-2030
ฟีฟ่าประกาศแผนดังกล่าวอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรลูกหนังหลายชาติและหลายภูมิภาค โดยสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)
สถานการณ์ล่าสุด
แถลงไม่เห็นด้วยโดยระบุว่าเป็นการขายจิตวิญญาณของกีฬาฟุตบอล และเตรียมประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือ ขณะที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน (คอนคาเคฟ)
ออกแถลงการณ์ว่า ทราบเรื่องนี้ผ่านสื่อและจากแถลงการณ์ของฟีฟ่า รู้สึกเป็นกังวลกับขั้นตอนปฏิบัติที่ขาดการประสานงาน
รู้สึกผิดหวังที่เรื่องราวที่ละเอียดขนาดนี้กลับไม่ได้ผ่านการหารือกับองค์กรภายในหรือผู้เกี่ยวข้อก่อนเลย ฟีฟ่าและสมาพันธ์แต่ละภูมิภาค
มุมมองและผลกระทบ
รวมถึงสมาคมฟุตบอลแต่ละชาติมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบดำเนินการเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของกีฬาฟุตบอล ทุการตัดสินใจต้องเป็นไปโดยการบริหารจัดการที่ดี กระบวนการที่เข้มแข็ง
และการดำเนินการที่ระมัดระวังในระยะยาว ส่วนสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) แถลงว่า การตัดสินใจใดๆ
เกี่ยวกับแผนงานด้านการตลาดและการเงินของกีฬาฟุตบอลควรต้องหารือกับสมาพันธ์ฟุตบอลทวีปต่างๆ สมาคมฟุตบอลชาติต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อก่อนจะนำเสนอแผนใดๆ เพื่อตัดสินใจ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ฟีฟ่าควรให้ข้อมูลที่เพียงพอ รวมถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาแผนงานนี้โดยละเอียด เข้าใจดีถึงความสำคัญของการริเริ่มอะไรใหม่ๆ
แต่ก็ผิดหวังที่ฟีฟ่าประกาศเรื่องนี้ก่อนที่จะให้ข้อมูลสมาพันธ์ได้ศึกษาก่อน นอกจากนี้ยังมีสมาคมฟุตบอลอีกหลายแห่งที่แถลงการณ์เชิงไม่เห็นด้วย รวมถึงเซ็ปป์ แบล็ตเตอร์
อดีตประธานฟีฟ่าที่โพสต์โซเชียลมีเดียว่ากีฬาฟุตบอลไม่ได้เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นของมวลมนุษยชาติ
ถ้าฟีฟ่าจะนำโครงสร้างการบริหารจัดการที่คำนึงถึงผลกำไรเป็นหลักมาใช้ กีฬาฟุตบอลก็จะสูญเสียจิตวิญญาณไป การแข่งขันฟุตบอลโลกไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้บริหารไม่กี่คน
แต่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของโลกฟุตบอล ฟีฟ่ามีหน้าที่ปกป้องดูแลการแข่งขันเวิลด์คัพ ไม่ใช่เป็นเจ้าของ รู้สึกช็อกมากที่ได้ยินไอเดียนี้ และจะไม่มีวันคิดถึงเรื…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



