ศาลอุทธรณ์ ไม่ให้ประกันตัว ไผ่-ครูใหญ่ คดีชุมนุม #19กันยา ชี้ ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:48อ่าน 3 นาที

ศาลอุทธรณ์ยังคงไม่ให้ประกันตัว “ไผ่-ครูใหญ่” คดีชุมนุม #19กันยา ระบุ “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” แม้เป็นคดีทั้งคู่ถอนประกันตัวเอง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ในระหว่างพิจารณาคดีชุมนุม
#19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร หลังจากทนายความยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวของศาลอาญา โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม การยื่นประกันตัวครั้งล่าสุดในคดีนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 นับว่าเป็นครั้งที่ 8 (จตุภัทร์) และครั้งที่ 6 (อรรถพล) ทั้งคู่เสนอหลักประกันจำนวน 200,000 บาท พร้อมขอให้ศาลไต่สวนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ,
อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน ด้านเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่จำเลยขอให้เป็นผู้กำกับดูแล แต่ศาลอาญามีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นว่า กรณีตามคำร้องยังไม่มีเหตุสมควรเพียงพอที่จะไต่สวน
สถานการณ์ล่าสุด
อีกทั้งศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยมาแล้วหลายครั้ง กรณียังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ต่อมาวันที่ 27 ก.ค. 2569
ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว โดยสรุปยืนยันว่ามีพฤติการณ์ข้อเท็จจริงเป็นเหตุเพียงพอที่จะให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ทั้งการที่จำเลยทั้งสองได้ประกันตัวในคดีชุมนุมที่อำเภอภูเขียว
ที่ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวโดยให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเห็นว่าจำเลยทั้งสองหาได้มีพฤติการณ์หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
มุมมองและผลกระทบ
ก็ส่งตัวจำเลยทั้งสองไปได้ติดอุปกรณ์ดังกล่าวที่ศาลจังหวัดภูเขียวแล้ว ทั้งในคดีนี้ จำเลยทั้งสองได้ยื่นขอถอนหลักประกันตัวเอง
และไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวแต่อย่างใด นอกจากนั้น ในคดีนี้ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ศาลอาญาก็ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “แอมป์” ณวรรษ
เลี้ยงวัฒนา โดยศาลอาญาเห็นว่าณวรรษเคยได้รับการปล่อยชั่วคราว ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และคดีที่ต้องโทษจำคุกก็ครบกำหนดโทษแล้ว พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองคนก็เป็นเช่นเดียวกับณวรรษ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
อันเป็นเหตุที่ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเช่นเดียวกัน การที่จำเลยมีพฤติการณ์อย่างเดียวกัน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนีเช่นเดียวกัน กลับมีคำสั่งในลักษณะที่แตกต่างกัน
เป็นการเลือกปฏิบัติที่กระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดี และหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
คำร้องอุทธรณ์ยังยืนยันว่าการที่ศาลชั้นต้นมิได้หยิบยกข้อเท็จจริงใหม่อันเป็นสาระสำคัญ ซึ่งเกิดภายหลังคำสั่งเดิมมาประกอบการพิจารณาแต่อย่างใด
แต่อ้างเพียงว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม เป็นการใช้ดุลยพินิจไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งมุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



