ชาวเวียงป่าเป้า ร้องสอบรุกที่สาธารณะ 188 ไร่ อ้างมีทั้งรีสอร์ต-บ่อนไก่ ขอคุ้มครอง หวั่นอิทธิพล
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:12อ่าน 3 นาที

ชาวบ้านเวียงป่าเป้า ร้องผู้ว่าฯ สอบบุกรุกที่สาธารณะ 188 ไร่ อ้างมีรีสอร์ต-บ่อนไก่-จัดสรรที่ดิน ขอคุ้มครองหวั่นถูกกลั่นแกล้ง เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายสมชาย สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
1 บ้านหัวเวียง ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผ่าน นายลิขิต มีเสรี
ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน พร้อมขอให้คุ้มครองผู้ร้องเรียนระหว่างการตรวจสอบ
รายละเอียดเพิ่มเติม
หลังอ้างว่าถูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่กดดันและร้องเรียนตอบโต้ ในหนังสือร้องเรียน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบประเด็นสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่
การก่อสร้างรีสอร์ตบนพื้นที่สาธารณประโยชน์ การก่อสร้างโรงเลี้ยงสัตว์และบ่อนไก่ที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ การจัดสรรที่ดินและการออกโฉนดในพื้นที่ที่อาจบุกรุกที่สาธารณะ
และการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิบริเวณโดยรอบว่า มีการออกโฉนดทับพื้นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านหรือไม่ ผู้ร้องระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่
สถานการณ์ล่าสุด
หลังสิ้นสุดการทำเหมือง ชาวบ้านได้ร่วมกันดูแลรักษาและใช้ประโยชน์เป็นแหล่งต้นน้ำ ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ของบ้านสันติสุข เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545
มีเนื้อที่รวม 188 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า ภายหลังมีการออกโฉนดบริเวณโดยรอบ ได้มีการแบ่งแปลงที่ดินขนาด 50-100 ตารางวา
จำหน่ายให้บุคคลภายนอกและกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมมีการก่อสร้างบ้านพัก รีสอร์ต โรงเลี้ยงสัตว์ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ จนเชื่อว่าได้รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน นายสมชาย
มุมมองและผลกระทบ
กล่าวว่า สาเหตุที่นำชาวบ้านมายื่นหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้ เพราะต้องการให้จังหวัดเร่งตรวจสอบพื้นที่สาธารณประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 188 ไร่
โดยขณะนี้พบจุดที่เชื่อว่ามีการบุกรุกอย่างชัดเจน 4 จุด ได้แก่ การก่อสร้างรีสอร์ต การก่อสร้างโรงเลี้ยงและบ่อนไก่ การแบ่งจัดสรรที่ดินขาย
และการใช้ประโยชน์พื้นที่ในลักษณะที่อาจรุกล้ำที่สาธารณะ จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รีสอร์ตแห่งหนึ่งมีการก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่สาธารณะประมาณ 1 ไร่ 2 งาน อีกทั้งยังมีการปล่อยน้ำเสียจากห้องพักลงสู่พื้นที่สาธารณะ
ซึ่งชาวบ้านกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของคนในชุมชน นอกจากนี้ยังพบโรงเลี้ยงและบ่อนไก่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะประมาณ 1 งาน
รวมถึงมีการแบ่งแปลงที่ดินจำหน่ายให้บุคคลภายนอก ซึ่งเห็นว่าควรได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายสมชาย ระบุว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นสัมปทานเหมืองแร่ตั้งแต่ปี 2515 หลังหมดสัมปทาน
ชาวบ้านได้ใช้พื้นที่ร่วมกันในการหาของป่า หาเห็ด และทำประโยชน์ตามวิถีชุมชน ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่สา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



