จำคุกประธานกลุ่มออมทรัพย์ ยักยอกเงินสมาชิก 170 ราย เป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 19:50อ่าน 3 นาที

ศาลสั่งจำคุกประธานกลุ่มออมทรัพย์ 1 ปี 6 เดือน หลังยักยอกเงินสมาชิก 170 รายเป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท แล้วไม่มีเงินมาให้ พร้อมสืบทรัพย์ เพื่อขายนำเงินมาคืน
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ชาวบ้านเซ็งอยากได้เงินมากกว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2559 ที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก มีชาวบ้านจากบ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 30 ราย
ได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษา หลังจากกลุ่มชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์บ้านท่าช้าง ถูกประธานกลุ่มออมทรัพย์นำเงินฝากของชาวบ้านไปใช้ส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม
กระทั่งมีการฟ้องร้องกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 วันนี้ศาลได้นัดจำเลยและโจทก์มาเจรจาไกล่เกลี่ย โดยจำเลยจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวบ้านวงเงิน 1.7 ล้านบาท
มีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์เสียหายที่รวมตัวกันฟ้อง จำนวน 60 ครัวเรือน รวม 170 ราย ปรากฏว่าตัวจำเลยไม่มีเงินมาให้ชาวบ้าน ศาลจึงพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน
พร้อมกับให้สืบทรัพย์เพื่อนำมาขายเพื่อชดใช้ให้กับชาวบ้าน โดยหลังจากชาวบ้านที่มีตัวแทนเข้าไปร่วมฟังคำพิพากษาในศาล จำนวน 3 ราย เสร็จแล้วได้ลงมาพบกับชาวบ้านจำนวน 30 ราย
สถานการณ์ล่าสุด
ที่รออยู่ริมแม่น้ำน่านเมืองพิษณุโลก ซึ่งชาวบ้านต่างโอดครวญด้วยท่าทางท้อแท้ ถึงแม้ศาลจะมีคำสั่งจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน
แต่สิ่งที่ชาวบ้านอยากได้มากที่สุดก็คือเงินฝากที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมา นายธีรวัฒน์ ถิ่นทับ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ท่าช้าง เปิดเผยว่า วันนี้มาพร้อมกับชาวบ้านประมาณ 30 คน
ที่เดือดร้อนจากการถูกประธานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์บ้านท่าช้างยักยอกเงินฝากไป ที่ผ่านมาได้มีการต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านมาตลอด เห็นใจชาวบ้านมากที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้
มุมมองและผลกระทบ
ไม่สามารถนำเงินของตัวเองออกมาใช้ได้ ด้าน นางน้ำฝน อายุ 67 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า แม้วันนี้ศาลจะสั่งจำคุกจำเลย และให้สืบทรัพย์มานำขาย เพื่อชดใช้หนี้ให้กับชาวบ้าน
แต่ก็รู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก เพราะพวกตนเป็นชาวบ้านธรรมดา ต้องต่อสู้ตามขั้นตอนกันมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี63 ชาวบ้านเริ่มถอนเงินไม่ได้
และมีร้องเรียนไปยังพัฒนาการอำเภอพรหมพิรามให้มาตรวจสอบ ก่อนที่จะมีการยอมรับจากประธานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ว่าได้นำเงินชาวบ้าน ไปใช้ส่วนตัวจริง และบอกว่าจะหาเงินมาใช้คืนให้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ช่วงนั้นชาวบ้านแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม 1 ไม่ได้แจ้งความ แต่อีกกลุ่มหนึ่งแจ้งความดำเนินคดี จนกระทั่งผ่านการสอบสวนจากตำรวจ อัยการและส่งฟ้องศาล มีการนัดไกล่เกลี่ยกันหลายรอบ
ครั้งล่าสุดเมื่อ 16 ก.ค.69 มีการไกล่เกลี่ยกันที่ศาล แต่ตัวจำเลยยังไม่มีเงินจ่าย อ้างว่ายังขายที่ดินไม่ได้ และวันนี้ 18 ส.ค.69
ศาลได้นัดอีกรอบปรากฏว่าจำเลยยังไม่มีเงินมาจ่ายคืนให้ชาวบ้าน ศาลจึงสั่ง จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือนและสืบทรัพย์ เพื่อขายมาชดใช้ให้ชาวบ้าน
บางครอบครัวผู้ฝากเงินที่ถูกยักยอกได้เสียชีวิตไปแล้ว จะเบิกเงินมาให้บุตรหลานไปเรียนก็เบิกไม่ได้ จะเบิกเงินมาทำงานศพให้ญาติก็เบิกไม่ได้ พวกตนแม้จะสู้กันมาตลอดรู้สึกท้อแท้มาก ขณะที่
นางอ้อมฟ้า อายุ 68 ปี…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



