กรมหม่อนไหมยกระดับ “ท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม” สู่ 15 แห่งทั่วไทย เชื่อมภูมิปัญญา สร้างรายได้ชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:53อ่าน 3 นาที

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ผ่านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมทั่วประเทศ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพื่อยกระดับชุมชนให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และแหล่งสร้างรายได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม พร้อมเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมอย่างยั่งยืน
ตั้งเป้าขยายแหล่งท่องเที่ยวจาก 12 แห่ง เป็น 15 แห่ง ครอบคลุม 14 จังหวัด ภายในปี 2569 เพื่อเชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้คำนิยาม
รายละเอียดเพิ่มเติม
"จากต้นหม่อนสู่ผืนผ้าไหม จากภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยสู่แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ" นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า
การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โดยมุ่งพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีคุณภาพ
สถานการณ์ล่าสุด
พร้อมต่อยอดกิจกรรมทางการเกษตรให้กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และผลิตภัณฑ์ชุมชน อันนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้
กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำในระดับพื้นที่ อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวว่า การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
และเป็นต้นทางของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมไทยคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหม่อนและไหม อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอางจากโปรตีนไหม ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากสารสกัดหม่อน
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมีศักยภาพที่จะต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนได้อย่างมาก ด้วยศักยภาพดังกล่าว
กรมหม่อนไหมจึงเดินหน้าสำรวจและคัดเลือกชุมชนที่มีความพร้อมในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2567-2568 ได้พัฒนาแล้ว 12 แห่ง และในปี 2569
จะขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสกลนคร บุรีรัมย์ และสงขลา ส่งผลให้มีแหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 15 แห่ง ครอบคลุม 14 จังหวัดทั่วประเทศ นายศรัญญูกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กรมหม่อนไหมจะมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและชุมชนให้สามารถบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย
พร้อมส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม
ควบคู่กับการออกแบบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ย้อมสีธรรมชาติ และทอผ้า
เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม มีเป้าหมายสำคัญ 3
ประการ ได้แก่ การพั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



