ธปท. เผยเศรษฐกิจนอกระบบไทยติดท็อป 14 โลก รัฐสูญภาษี ทำเงินหายจากงบประมาณ
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 16:14อ่าน 3 นาที

ธปท. เผยเศรษฐกิจนอกระบบไทยติดท็อป 14 โลก รัฐสูญภาษี ทำเงินหายจากงบประมาณ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวบรรยายพิเศษในงานเสวนา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
The INTANIA Forum : SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่ ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภายในงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ร่วมรับฟังการบรรยายด้วยความสนใจ นายวิทัย กล่าวว่า โลกเศรษฐกิจเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยโลกาภิวัตน์ การค้าเสรี และประสิทธิภาพสูงสุดได้เปลี่ยนไปแล้ว โลกปัจจุบันเข้าสู่ภาวะ Multi World
รายละเอียดเพิ่มเติม
ไม่มีขั้วอำนาจใดกำหนดทิศทางได้เบ็ดเสร็จ ภูมิรัฐศาสตร์ลามสู่ภูมิเศรษฐศาสตร์ ภาษีและมาตรการการค้าถูกใช้เป็นเครื่องมือแย่งชิงอำนาจ ขณะที่ Global Shock เกิดถี่ขึ้น ทั้งโควิด
สงครามยูเครน สงครามการค้า และตะวันออกกลาง ดังนี้ เศรษฐกิจไทยจึงต้องไม่เพียงยืดหยุ่น แต่ต้องดูดซับแรงกระแทก ปรับตัว และเดินหน้าต่อได้ หัวใจสำคัญคือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะปัญหา Resource Misallocation หรือการจัดสรรทรัพยากรผิดทาง ซึ่งเป็นตัวฉุดผลิตภาพและจีดีพีศักยภาพของประเทศ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดเงินทุน เพราะปัจจุบัน ธปท.
สถานการณ์ล่าสุด
ดูดซับสภาพคล่องผ่านช่องทางต่าง ๆ วันละประมาณ 5-6 ล้านล้านบาท แต่เงินจำนวนมากกลับไม่ไหลไปสู่หน่วยธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ
นอกจากนี้ข้อมูลในระบบยังสะท้อนความผิดปกติอย่างชัดเจน เงินทุนกว่า 75% ถูกจัดสรรไปยังธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอี ติดลบต่อเนื่อง 15 ไตรมาส แม้แต่เอสเอ็มอี
ที่มีประสิทธิภาพสูง 30% แรก ยังเข้าถึงสินเชื่อได้เพียง 21% เทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้าถึงได้ถึง 63% นายวิทัย กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
ความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนการเงินยิ่งซ้ำเติมการแข่งขันเอสเอ็มอี ที่มีประสิทธิภาพต้องจ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย 7.8% ขณะที่รายใหญ่จ่ายดอกเบี้ยราว 3.9% ทำให้ธุรกิจเล็กที่ควรถูกผลักดันให้โต
กลับถูกจำกัดด้วยต้นทุนและการเข้าถึงทุน ทั้งนี้ ทางออกสำคัญคือการสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อช่วยให้การปล่อยสินเชื่อแม่นยำขึ้น ลดต้นทุนความเสี่ยง หรือ Credit Cost ลดต้นทุนการปล่อยกู้
และลดต้นทุนดำเนินงาน โดยฐานข้อมูลนี้ไม่ใช่เครดิตบูโรแบบเดิม แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลหลายด้าน ทั้งข้อมูลเครดิต Statement การใช้น้ำ ไฟ และข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อนำมาประเมินศักยภาพผู้กู้ได้รอบด้านขึ้น นายวิทัย กล่าวว่า เรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เข้ามาเป็นเจ้าภาพขับเคลื่อน และใช้กลไกชุด Connect ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นเป็นตัวเดินงาน หากทำสำเร็จจะช่วยให้ประชาชนรายย่อยและเอสเอ็มอี ที่มีวินัยแต่ไม่มีหลักประกันเพียงพอ
เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นในต้นทุนที่เหมาะสม “ถ้าเราจัดสรรทรัพยากรไปยังหน่วยธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ผลิตภาพสูงขึ้น และจีดีพีศักยภา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



