ศาลปกครองกลาง ยันแบน พาราควอต ชอบกม. สั่ง กรมวิชาการเกษตร ชดใช้เอกชน116.9 ล้านบ.
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:46อ่าน 3 นาที

ศาลปกครองกลางพิพากษา รมว.อุตสาหกรรม -คกก.วัตถุอันตราย ปมออกคำสั่งแบนการใช้สารพาราควอตในประเทศไทยชอบด้วยกฎหมาย แต่ที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มีคำสั่งให้
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
บริษัทเอกชนผู้ผลิต-นำเข้ารับผิดชอบเก็บซื้อสารพิษคืนจากตลาดไปทำลาย โดยมีไม่มีมาตรการเยียวยาเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย สั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้กรมวิชาการเกษตรรับผิดชดใช้
116.9 ล้านบาท เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ศาลปกครองกลางพิพากษา ที่ ส.8/2569 เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตามคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 750/2563 เรื่อง
รายละเอียดเพิ่มเติม
การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่4 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ ลงวันที่ 25 พ.ค.2563 ข้อ6 ข้อ7 และข้อ8 ในส่วนที่กำหนดให้ผู้มีใบอนุญาตผลิต
หรือใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย ต้องรับมอบคืนวัตถุอันตรายชนิดที่4 จากบุคคลผู้ครอบครอง ผู้จำหน่าย หรือร้านค้า มาเพื่อเก็บรักษาและทำลาย โดยต้องจ่ายเงินค่าทำลายหรือจัดการตามควร
โดยกรมวิชาการการเกษตร จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้งสิ้นที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งดังกล่าว ยกฟ้องกระทรวงอุตสาหกรรม
สถานการณ์ล่าสุด
รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย และกรมวิชาการเกษตร คำขออื่นนอกจาจากนี้ให้ยก คดีนี้ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ผู้ผลิตและนำ เข้าสารพาราควอตไดคลอไรด์
เพื่อใช้ในการเกษตร ฟ้องกระทรวงอุตสาหกรรม รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย กรมวิชาการเกษตร และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ว่าร่วมกันออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง
บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 15 พ.ค.2563 กำหนดให้ สารคลอร์ไพริฟอส สารคลอร์ไพริฟอส-เมทิล สารพาราควอต สารพาราควอตไดคลอไรด์ สารพาราควอตไดคลอไรด์
มุมมองและผลกระทบ
และพาราควอตเมโทซัลเฟต เป็นวัตถุอันตรายห้ามให้มีการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง และคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 750/2563 เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่4
ที่กำหนดให้ผู้มีใบอนุญาตผลิต หรือใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย ต้องรับมอบคืนวัตถุอันตรายชนิดที่4 จากบุคคลผู้ครอบครอง ผู้จำหน่าย หรือร้านค้า มาเพื่อเก็บรักษาและทำลาย
โดยต้องจ่ายเงินค่าทำลายหรือจัดการตามควร โดยกรมวิชาการการเกษตร จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้งสิ้นที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ศาลให้เหตุผลคดีนี้รับฟังได้ว่า การกำหนดให้สารพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก การนำผ่าน
หรือการมีไว้ในครอบครองจะทำให้สารประกอบชนิดนี้หมดสินไปจากประเทศไทยได้ อันเป็นการป้องกันและระงับอันตรายที่อาจมีแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ของรมว.กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยการออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2563 เป็นการใช้ดุพินิจโดยชอบแล้ว
และกระทรวงอุตสาหกรรมมิได้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดประเภทหรือชนิดขอ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



