ยอดลงทะเบียน 1.13 ล้าน ดีอียัน TH-AI เก็บข้อมูลในไทย ย้ำ TOR ใช้คำส่งเสริมไม่ได้ห้ามประมวลผลต่างประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 19:50อ่าน 3 นาที

ดีอี เผยยอดลงทะเบียนล่าสุด 1.13 ล้านราย ยัน TH-AI เก็บข้อมูลในไทย-ย้ำ TOR ใช้คำส่งเสริมไม่ได้ห้ามประมวลผลต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ประเด็นสำคัญ
(ดีอี) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี มอบหมายให้ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานการแถลงข่าวการติดตามตรวจสอบความคืบหน้าของการลงทะเบียนล่วงหน้าในโครงการ TH-AI Passport
โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
รายละเอียดเพิ่มเติม
นายพชร กล่าวว่า การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดตัวในวันที่ 28 สิงหาคม 2569
และจะสามารถเข้าสู่ระบบเริ่มการใช้งานจริงได้ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นั้น ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 1,132,496 ราย ( ข้อมูล ณ เวลา 13.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569)
ซึ่งเป็นไปตามที่กระทรวงฯ คาดการณ์ไว้ โดยในช่วงแรก กระทรวงฯ ประเมินว่าวันแรกจะมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 500,000 ราย ก่อนที่จำนวนผู้ลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
สะท้อนถึงความสนใจของประชาชนและหลายภาคส่วนที่ต้องการเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง นายพชร กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนคือคำว่า “ประมวลผล”
เนื่องจากในทางปฏิบัติ การใช้งาน AI ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐหรือเอกชน เมื่อผู้ใช้งานส่งคำสั่งหรือ Prompt เข้าไป ระบบจำเป็นต้องนำคำถามดังกล่าวไปประมวลผลกับตัวโมเดล AI
หากเป็นโมเดลของผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ การประมวลผลของคำถามหรือ Prompt จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเจ้าของโมเดลในต่างประเทศอยู่แล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีและโมเดล AI
มุมมองและผลกระทบ
ดังกล่าวเป็นของผู้ให้บริการเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ศักยภาพ AI ในปัจจุบันของไทยยังไม่สามารถแข่งขันหรือเทียบเท่ากับผู้ให้บริการ AI รายใหญ่จากต่างประเทศได้
ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่โครงการ TH-AI Passport ต้องการรวบรวมข้อมูลจากการใช้งานจริง เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนา AI สัญชาติไทยในอนาคต “เราไม่สนใจว่าใครถาม เพราะถ้าเกิดเราสนใจว่าใครถาม
ฐานข้อมูลนั้นจะต้องใหญ่มากๆ แต่ไม่ใช่ เราไม่ได้สนใจ เราแค่ต้องการคำถาม คำตอบเท่านั้น เราอยากได้ข้อมูล ข้อมูลของการใช้งาน แต่ไม่ใช่อยากได้ข้อมูลของตัวคนใช้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เราอยากได้ข้อมูลของการใช้งาน เพื่อมาประมวลรวม แล้วก็มาพัฒนา AI สัญชาติไทย” นายพชร กล่าว นายพชร กล่าวว่า สำหรับการใช้งานจริงจะนับการใช้งานจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้งานเข้าไปส่งคำถามหรือ
Prompt ในโปรแกรมระดับพรีเมียมหรือ Pro โดยคำถามดังกล่าวจะถูกส่งไปยังโมเดล AI เพื่อประมวลผล ซึ่งเป็นกระบวนการ Computing ที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเจ้าของโมเดล AI นั้น ๆ อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่โครงการให้ความสำคัญ คือการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ให้บริการ AI ไม่มีสิทธินำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการประมวลผลตามที่กำหนดไว้ในโครงก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



