10 ปี INT มหิดล กับภารกิจเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:15อ่าน 3 นาที

10 ปี INT มหิดล กับภารกิจเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ ในอดีตประเทศไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคการผลิตและแรงงาน แต่ในวันนี้โจทย์ของประเทศได้เปลี่ยนไป การก้าวข้าม “
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กับดักประเทศรายได้ปานกลาง ” ไม่อาจพึ่งพารูปแบบการเติบโตแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยเครื่องยนต์ใหม่ นั่นคือความสามารถในการสร้าง “ นวัตกรรม ”
และเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และต้นทางขององค์ความรู้เหล่านั้นส่วนหนึ่งมาจากงานวิจัยในรั้วมหาวิทยาลัย ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม
รายละเอียดเพิ่มเติม
( INT) มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัย มาต่อยอดและพัฒนาให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงสังคมและพาณิชย์
โดยสามารถสร้างมูลค่างานวิจัยตามสัญญาสะสมเป็นมูลค่ามากกว่า 4,300 ล้านบาท นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างรายได้มากกว่า 250 ล้านบาท ไปจนถึงการสนับสนุนจัดตั้ง Startups
คุณภาพมาแล้วถึง 91 ราย ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล เราชวนย้อนมองเส้นทางดังกล่าวผ่านมุมมองผู้บริหารทั้ง 4 ยุค ผู้ร่วมวางรากฐาน
สถานการณ์ล่าสุด
สร้างระบบ เชื่อมโยงเครือข่าย และต่อยอดนวัตกรรมไทยสู่อนาคต ยุคแห่งการวางรากฐาน จุดเริ่มต้นของ INT ในวันนี้ มีรากฐานมาจาก สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เดิมใช้ชื่อว่า
Innotech ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2559 เพื่อวางระบบการบริหารจัดการนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีภารกิจครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มครองและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
การต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การให้บริการวิชาการ ตลอดจนการบ่มเพาะผู้ประกอบการและ Startups ภายใต้แนวคิด Innovation Management
มุมมองและผลกระทบ
ก่อนที่จะพัฒนาและเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น INT ในเวลาต่อมา เพื่อรองรับบทบาทที่กว้างขึ้นในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยและประเทศ ดร.ธนิต ชังถาวร อดีตผู้อำนวยการ Innotech
และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งว่า ช่วงนั้นคือช่วงเวลาของการ “
สร้างบ้านสร้างเมือง” เป็นการวางรากฐานการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และผลักดันแนวคิด Entrepreneurial University หรือมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ชวนให้นักวิจัยเปลี่ยนมุมมองจากการทำวิจัยเพื่อการตีพิมพ์หรือจดสิทธิบัตร ไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม ตลาด และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง “ ในยุคแรก หากพูดถึงนวัตกรรม
อาจารย์และนักวิจัยก็มักจะจินตนาการภาพความสำเร็จว่าคือการจดสิทธิบัตร แต่ Innotech พยายามสื่อสารเพื่อส่งเสริมแนวคิดว่า แท้จริงแล้วนวัตกรรมที่ดีจำเป็นต้องถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
แม้ว่าคนทั่วไปจะนึกถึงมหิดลในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เพราะเป็นความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย แต่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



