ถอดบทเรียนคำพิพากษา ครอบครองที่ดินคนอื่นครบ 10 ปี ไม่ได้แปลว่าได้เป็นเจ้าของทันที
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 20:27อ่าน 3 นาที

2 ส.ค.2569-นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ครอบครองที่ดินคนอื่นครบ 10 ปี ไม่ได้แปลว่า “ได้เป็นเจ้าของ” ทันที!
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ถอดบทเรียนจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีอายัดที่ดิน เนื้อหาดังนี้ หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่พูดต่อๆ กันมาจนคุ้นหูว่า… “แค่เข้าไปอยู่หรือทำประโยชน์ในที่ดินของคนอื่นโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันครบ 10 ปี ก็ได้เป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นแล้ว!
” ประโยคนี้เป็นความเข้าใจที่แพร่หลายในสังคมไทย แต่ถ้าพิจารณาตามหลักกฎหมายอย่างลึกซึ้งแล้ว จะพบว่าเป็นความจริงเพียง “ครึ่งเดียว” เท่านั้น!
รายละเอียดเพิ่มเติม
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขดำที่ อ.793/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ.294/2569 (ลงวันที่ 2 เมษายน 2569) ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างยิ่งในการไขความกระจ่างในเรื่องนี้ และช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, ประมวลกฎหมายที่ดิน ตลอดจน เส้นแบ่งอำนาจระหว่างศาลยุติธรรมกับฝ่ายปกครอง ได้อย่างมีเอกภาพและเป็นระบบที่สุด 1. จุดเริ่มต้นของคดีพิพาท: เมื่อการ “อายัดที่ดิน” ถูกปฏิเสธ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ นาย ข. กับพวกรวม 15 คน (ผู้ฟ้องคดี) ได้อ้างว่า พวกตนและชุมชนได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2502 ในเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่กว่า 6 ไร่ มาอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 10 ปี โดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ โดยรับช่วงมาจากเจ้าของเดิมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 ต่อมา เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินในขณะนั้น คือ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินในนามเดิม (โฉนดเลขที่ 19168, 19169 และแปลงคงเหลือ) ฝ่ายผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวจะกระทบต่อสิทธิครอบครองของพวกตน จึงตัดสินใจยื่นคำขออายัดที่ดิน (ฉบับที่ 6006) ต่อ เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) ตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยแนบหลักฐานต่างๆ เช่น ใบเสร็จภาษีบำรุงท้องที่, รูปถ่ายชุมชน, สำเนาทะเบียนบ้าน และใบเสร็จพัฒนาชุมชน แต่ผลปรากฏว่า: เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) มีคำสั่ง “ไม่รับอายัด” เนื่องจากเอกสารที่นำมาแสดงไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงที่จะฟ้องบังคับให้เปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) มีคำวินิจฉัย “ยกอุทธรณ์” นาย ข. กับพวก จึงนำคดีมากรอกฟ้องต่อ “ศาลปกครอง” เพื่อขอให้สั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินรับอายัดที่ดินแปลงดังกล่าว ผลคำพิพากษา: ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และล่าสุด ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ว่า การที่เจ้าพนักงานที่ดินปฏิเสธไม่รับอายัดและการยกอุทธรณ์เป็นการกระทำที่ “ชอบด้วยกฎหมายแล้ว”!
2. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: สิทธิทางแพ่ง VS การเปล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



