ตัดหัว-หางลูกพะยูน คาดควักเขี้ยวในกะโหลกไปขาย ผู้เชี่ยวชาญเศร้า ปีนี้ตายแล้ว 10 ตัว สถานการณ์ย่ำแย่
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 15:02อ่าน 2 นาที

ตัดหัว-หางลูกพะยูน คาดควักเขี้ยวในกะโหลกไปขาย ผู้เชี่ยวชาญเศร้า ปีนี้ตายแล้ว 10 ตัว สถานการณ์ย่ำแย่ วันที่ 1 สิงหาคม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 มอบหมายส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลร่วมกับศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่14 (ตะกั่วทุ่ง)
ลงพื้นที่ตรวจสอบซากพะยูนตามที่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ว่า พบซากพะยูนบริเวณชายฝั่งทะเลเนินนางนอน บ้านบางจัน ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
จังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบซากลูกพะยูนเพศผู้ สภาพซากเน่ามาก บริเวณส่วนหัวและหางไม่มี โดยสันนิษฐานว่าอาจโดนตัดหลังจากตายแล้ว
วัดขนาดความยาวซากลูกพะยูนตัวดังกล่าวได้ประมาณ 1 เมตร น้ำหนักโดยประมาน 23.8 กิโลกรัม ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ จึงทำการขนย้ายซากนำไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรโคกกลอย
ตาม ปจว.ข้อ 2 วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.26 น. และนำซากส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร เพื่อดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
สถานการณ์ล่าสุด
การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 89 วรรค 2
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในระบบ นิเวศทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ว่า การที่ลูกพะยูนถูกตัดหัวออกไปนั้น คาดว่า
มุมมองและผลกระทบ
คนตัด มีจุดประสงค์จะเอางาที่ฝังอยู่ในกะโหลกไปขา เพราะส่วนนี้มีมูลค่าในตลาดมาก เนื่องจากยังมีความเชื่อที่ผิด เกี่ยวกับการครอบครอง เขี้ยวและกะโหลกของพะยูนอยู่ที่แปลกใจคือ
มีการตัดเอาหางไปด้วย บริเวณหางของพะยูน ไม่มีกระดูก ยังไม่แน่ใจว่าเอาไปทำอะไร “ปีนี้เราพบพะยูนตายแล้วราวๆ 10 ตัว ทั้งพะยูนเด็ก และตัวเต็มวัย เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหน้ากังวล
เพราะเวลานี้คาดว่ามีพะยูนอยู่ประมาณ 150-160 ตัว การที่ต้องสูญเสียพะยูนไป 10 ตัวนั้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณ 7.5% ขณะที่เรามีอัตราการเกิดใหม่ของพะยูนเพียงปีละ 5%
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งน้อยกว่าการที่พะยูนตายไปในแต่ละปีอีก ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีนักสำหรับสถานการณ์พะยูนในประเทศเวลานี้”ดร.ก้องเกียรติ กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



