รัฐบาลยกระดับปราบ ‘นอมินี’ สแกนลึกเส้นทางเงิน-โครงสร้างผู้ถือหุ้น ดีเดย์ 1 ส.ค. ปิดช่องโหว่ธุรกิจต่างชาติสวมสิทธิ์
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 10:10อ่าน 3 นาที

วันนี้ (1 สิงหาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการยกระดับการป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี (Nominee) ในการประกอบธุรกิจ ว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ขณะนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 เพื่อขยายกรอบการตรวจสอบให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น
โดยจากเดิมที่เน้นตรวจสอบเฉพาะในขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท จะขยายผลครอบคลุมไปถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการภายหลังการจดทะเบียน
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อปิดช่องโหว่ของกลุ่มทุนที่จัดโครงสร้างให้ผ่านการคัดกรองในช่วงเริ่มต้น แล้วค่อยดำเนินการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจลงนามในภายหลัง
ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ภายใต้มาตรการใหม่นี้ กำหนดให้กรณีที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม
จะต้องทำการยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน พร้อมแนบเอกสารแสดงรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน ของทั้งผู้ลงทุนชาวไทยที่ชำระเงินลงทุน และของผู้แทนหรือนิติบุคคลผู้รับชำระเงินลงทุน
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อเป็นการพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินลงทุนและความสามารถในการลงทุนที่แท้จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ และป้องกันการใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนโดยมิชอบ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของมาตรการครั้งนี้ คือการขยายการตรวจสอบให้ครอบคลุมตลอดวงจรของนิติบุคคล ซึ่งรวมถึงช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหาร
เพื่อสกัดกั้นช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยรัฐบาลมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต ทั้งนี้
มุมมองและผลกระทบ
มาตรการดังกล่าวไม่ใช่การกีดกันหรือจำกัดการลงทุนของชาวต่างชาติที่เข้ามาดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ
รัฐบาลได้ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการใช้บริษัทเป็นช่องทางในการถือครองที่ดินโดยมิชอบ
พร้อมทั้งนำฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรมาใช้ตรวจสอบตัวตนของผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเพิ่มข้อความกำกับในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงเอกสารที่นายทะเบียนรับเก็บไว้
ไม่ใช่หนังสือรับรองสถานะผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน ซึ่งหากต้องการตรวจสอบสถานะปัจจุบัน จะต้องพิจารณาจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่บริษัทมีหน้าที่เก็บรักษาไว้ตามกฎหมาย ลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า
ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่กว่า 1 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 49.99 จำนวน 119,116 ราย
ข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำมาใช้สำหรับการประเมินความเสี่ยงและคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น มิได้เป็นการเหมารวมว่าบริษัทเหล่านี้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



