ข้ามไปยังเนื้อหา

เริ่ม 1 ส.ค. เพิ่มสิทธิให้ข้าราชการ-คนในครอบครัว เบิกค่ายารักษากระดูกพรุน กรณีเสี่ยงสูง

อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 08:21อ่าน 3 นาที

เริ่ม 1 ส.ค. เพิ่มสิทธิให้ข้าราชการ-คนในครอบครัว เบิกค่ายารักษากระดูกพรุน กรณีเสี่ยงสูง
แชร์ข่าวนี้

เริ่ม 1 ส.ค. เพิ่มสิทธิให้ข้าราชการ ใช้ยา “รักษากระดูกพรุน” กรณี “เสี่ยงสูงมากต่อการหัก” เพื่อให้ผู้มีสิทธิ – บุคคลในครอบครัว เข้าถึงยาที่จำเป็น สอดคล้องกับแนวเวชปฏิบัติ

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง ออกหลักเกณ์ใหม่ให้ สิทธิข้าราชการสามารถเบิกค่ายา “Teriparatide –

Romosozumab” สำหรับรักษา “โรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูก” โดยให้มีผลใช้บังคับสำหรับค่ารักษาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค.69 เป็นต้นไป นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า

รายละเอียดเพิ่มเติม

ตามที่กรมบัญชีกลางได้มีการกำหนดให้รายการยารักษาโรคมะเร็ง และโลหิตวิทยาและยาประเภทอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง

ซึ่งเป็นทะเบียนยาใหม่ทุกประเภทที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.61 เป็นต้นไป จะไม่สามารถเบิกจากทางราชการได้ จนกว่าจะมีการพิจารณาปรับเข้าระบบ

Pior Authorization (PA) หรือกรอบรายการยาแล้วแต่กรณี นั้น ปัจจุบันยา Teriparatide ที่ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก

สถานการณ์ล่าสุด

ซึ่งเป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ และยา Romosozumab ขึ้นทะเบียนกับ อย. เมื่อวันที่ 20 ต.ค.63 ดังนั้น เพื่อให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็น

และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวเวชปฏิบัติ ภายใต้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาระงบประมาณ จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการใน 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.

กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก และกำหนดอัตราการเบิกจ่ายค่ายา ดังนี้ 1.1 ยา Teriparatide ในอัตราไม่เกิน

มุมมองและผลกระทบ

7,710 บาทต่อ 1 ด้ามต่อกล่อง 1.2 ยา Romosozumab ในอัตราไม่เกิน 16,670 บาทต่อ 2 ด้ามต่อกล่อง ทั้งนี้ การใช้ยา Teriparatide และ Romosozumab

ต้องเป็นไปตามแนวทางกำกับการเบิกจ่ายค่ายาที่กรมบัญชีกลางกำหนด จึงจะสามารถเบิกจ่ายจากทางราชการได้ 2. กำหนดให้สถานพยาบาลเป็นผู้เบิกจ่ายค่ายา Teriparatide และ Romosozumab

ในระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเท่านั้น หากสถานพยาบาลมีการออกใบเสร็จรับเงินค่ายา ให้ระบุเป็น “ค่ายาที่เบิกไม่ได้”

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

และไม่ให้ออกใบรับรองในการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยผู้มีสิทธิจะไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่ายาดังกล่าวมายื่นเบิกเงินกับส่วนราชการต้นสังกัดได้ “รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน

ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน มุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง เข้าถึงการรักษาด้วยยาที่มีความจำเป็น

ยกระดับคุณภาพระบบสาธารณสุขให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป” น.ส.พลอยทะเล กล่าว

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · เริ่ม 1 ส.ค. เพิ่มสิทธิให้ข้าราชการ-คนในครอบครัว เบิกค่ายารักษากระดูกพรุน กรณีเสี่ยงสูง
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง